สุดยอดนักแข่งรถฟอร์มูล่าวัน ที่โลกต้องจดจำ

ก่อนที่ทุกความเร็วในการแข่งขันจะถูกจดบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ จำเป็นต้องมีบทพระเอกคุมพวงมาลัย เพราะต่อให้รถวิ่งได้เร็ว 1,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ไม่มีใครเอาไปวาดลวดลายจริงบนท้องถนน มันก็จะเป็นแค่เรื่องเล่าของเศษเหล็กที่ไร้ซึ่งชีวิตเท่านั้น และด้านล่างนี้เป็น 5 ในหลาย ๆ นักขับรถที่ดีที่สุดในโลก

1.ฮวน มานูแอล ฟานจิโอ  ชาวอาเจนตินา ผู้สร้างประวัติศาสตร์ในยุคแรกเริ่มของการแข่งรถ ด้วยการขับรถตลุยคว้าแชมป์โลก 5 สมัย ใน 7 ปี และเป็น 7 ปีที่อยู่กับ 4 ทีมชั้นนำ อัลฟาโรเมโอ, เฟอร์รารี่, เมอซิเดส และ มาเซราติ ราวกับว่าที่ใหนก็ได้ คันไหนก็ได้ ถนนเส้นไหนก็ได้ ฮวน มานูเอล ฟานจิโอ พร้อมจะไปเป็นสุดยอดนักแข่งรถที่นั่น

2.เซบาสเตียน เวทเทล เด็กหนุ่มที่คว้าแชมป์โลก 4 สมัยติดต่อกันกับทีมเรดบูล เรซซิ่ง แซงทุบสถิติกลายเป็นแชมป์โลกที่อายุน้อยที่สุดในโลกคนใหม่ แทนลูอิส แฮมิลตัน ในเวทีเดียวกัน โดยมี มิชาเอล ชูมัคเกอร์ สุดยอดนักแข่งรถฟอร์มูล่าวัน แชมป์โลก 7 สมัย และ เจนสัน บัตตัน แชมป์เก่าปีล่าสุด ร่วมเวทีการแย่งแชมป์โลกในหนนั้นด้วย เท่ากับว่าในการแข่งขันแชมป์โลกครั้งนั้น เวทเทลได้พิชิตสุดยอดนักแข่งรถในอดีตไปพร้อมกันถึง 3 คน ด้วยการแข่งขันเพียงรายการเดียว

3.ไอร์ตัน เซนน่า แชมป์โลก 3 สมัย ที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ ย้อนกลับไปก่อนที่ มิชาเอล ชูมัคเกอร์ จะได้แชมป์ที่สนามอิโมล่าด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 20 นาที  ไอร์ตัน เซนน่า กำลังขับแซงหน้า มิชาเอล ชูมัคเกอร์ นำเป็นอันดับที่ 1 ก่อนที่โค้งแทมบูเรลโลจะพรากสุดยอดนักแข่งรถฟอร์มูล่าวันแชมป์โลก 3 สมัยจากโลกใบนี้ไป การจากไปของไอร์ตันในครั้งนั้น ได้จุดชนวนการตระหนักครั้งยิ่งใหญ่ของวงการมอเตอร์สปอร์ต ในการรักษาความปลอดภัยของนักแข่งรถให้ยกระดับมากขึ้น จนถึงปัจจุบันมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นมากมาย แต่ไม่มีใครเสียชีวิตจากอุบัติเหตุอีกเลย

4.นิกิ เลาดา  บุรุษผู้ปฏิเสธมัจจุราชจาก อเวจีสีเขียว แห่งนอร์กบูริง ในปี1976 จากอุบัติเหตุแหกโค้งในการแข่งขันรถฟอร์มูล่าวัน แพทย์วินิจฉัยว่าเลาเดา อาการโคม่า ไม่อาจรอดได้ แต่นิกิ เลาเดา ก็กลับมาแข่งรถได้ภายใน 42 วัน และคว้าชัยชนะในสนามที่อิตาลี ก่อนที่จะตัดสินใจถอนตัวออกจากการแข่งขันในปีนั้น และประกาศยุติไม่ลงแข่งรถอีกต่อไป โดยให้เหตุผลว่า “ขาดแรงบันดาลใจ” ก่อนที่จะตัดสินใจกลับมาลงแข่งอีกครั้งในปี 1977 และเป็นปีที่นิกิ เลาเดาได้เป็นแชมป์โลกสมัยที่ 3

5.มิชาเอล ชูมัคเกอร์ สุดยอดนักแข่งรถฟอร์มูล่าวัน แชมป์โลก 7 สมัย และแชมป์โลกติดต่อกัน 5 สมัยสูงสุด และมากที่สุดในโลก 1994 คือปีที่ถือกำเนิดของราชา สุดยอดนักแข่งรถฟอร์มูล่าวัน ด้วยการคว้าแชมป์โลกครั้งแรก กับทีมเบเนตอง ก่อนพิชิตแชมป์โลกหนที่ 2 ในปี 1995 เป็นปีที่สองติดต่อกัน และตลุยกวาดแชมป์โลกเป็นว่าเล่นถึง 5 สมัย ติดต่อกันในปี 2000-2004 และควรมีแชมป์มาครองถึง 8 สมัย และติดต่อกัน 6 สมัยหากไม่ได้รับอุบัติเหตุขาหักในปี 1999  วันที่ 29 ธันวาคม 2013 ราชาเอฟวันได้หลับใหลจากอุบัติเหตุการเล่นสกีที่เทือกเขาแอลป์ จวบจนปัจจุบันเป็นเวลาถึง 4 ปี ได้รับการผ่าตัดถึง 2 ครั้ง ตอนนี้ได้กลับไปพักรักษาตัวทำกายภาพบำบัดที่บ้านเรียบร้อยแล้ว

ต่อให้มีรถแข่งที่สุดยอดแค่ไหน หากขาดนักขับที่เก่งกาจ สามารถควบคุมรถให้อยู่หมัดได้ ก็ไร้ความหมาย ดังนั้นค่ายรถต่าง ๆ เอง ก็พยายามเฟ้นหาและฝึกฝนนักแข่งหน้าใหม่เสมอ ใจถึง ๆ รถแรง ๆ บวกกับฝีมือ มันคือหนทางแห่งแชมป์โลกนั่นเอง

 

5 อันดับรถที่เร็วที่สุดในโลก ปี 2018 ราชาหวนคืนบัลลังก์

ความเร็วมักเป็นสิ่งที่พูดกันเสมอเวลาพูดถึงเรื่องของรถยนต์ ล้วนเป็นคำถามแรกที่เกิดขึ้นสำหรับผู้มีความชื่นชอบ รัก และหลงใหลในรถยนต์ จึงมีการปรับเปลี่ยน ปรุงแต่งและพัฒนาระบบเครื่องยนต์ให้มีความเร็วมากขึ้นในทุกปี เราลองมาดูเหล่ารถยนต์ที่ถูกผลิตขึ้นให้เป็นเจ้าแห่งความเร็ว ด้วย 5 อันดับรถที่เร็วที่สุดของโลก

อันดับที่ 5  Bugatti Veyron Grand Sport Vitesse La Finale  ความเร็ว 430 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บูกัตติ ค่ายรถยนต์จากฝรั่งเศส สัญชาติ อิตาลี เจ้าของสมญานามค่ายรถยนต์แรงและรวดเร็วที่สุดในโลก ทำการผลิตรถรุ่นสุดท้ายของ รหัสตระกูลเวรอน มาทำสถิติพิชิตความเร็ว 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงในภายในเวลา 2.6 วินาที และทำความเร็วได้ 430 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้กลายเป็นรถที่เร็วที่สุดในโลก สมกับการปิดฉากรถรุ่นตระกูลนี้ ตามชื่อแบบ “ฟินาเล่”

อันดับที่ 4 Hennessey Venom GT ความเร็ว 435 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เฮนเนสซี เวนอม จีที ผู้โค่นล้มสถิติเจ้าแห่งความเร็วรายแรก ค่ายรถยนต์สัญชาติอเมริกา กลายมาเป็นรถที่เร็วที่สุดในโลก แทน บูกัตติ เวรอน และยังได้รับการบันทึกลงกินเนสส์บุ๊ค ในฐานะรถที่ทำความเร่งเร็วที่สุดในโลก ในช่วง 0 – 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเฉลี่ย 13.63 วินาที อย่างเป็นทางการ แม้ยังไม่ได้ถูกจดว่าเป็นรถที่มีความเร็วสูงที่สุดในโลกอย่างเป็นทางการกับกินเนสส์บุ๊ค แต่หลายสายตาที่ได้เห็นจากการทดสอบบนรันเวย์กระสวยอวกาศ ของสถาบันอวกาศ เคนเนดี้ เป็นสิ่งที่บอกว่า ฟินาเล่ รถที่เร็วที่สุดในโลก ได้ถูกโค่นล้มเรียบร้อยแล้ว

อันดับที่ 3 Koenigsegg Agera RS Gryphon ความเร็ว 443 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขุมทองคำจากสวีเดน ที่กลายมาเป็นเจ้าแห่งความเร็วที่สุดในโลก เปิดตัวครั้งแรกที่ เจนีวา มอเตอร์โชว์ ด้วยกำลังเครื่อง 1,360 แรงม้า ซึ่งเจ้าของรถชาวอเมริกันที่ซื้อไป ได้นำไปทดสอบความเร็ว เพื่อที่จะวัดว่ารถไปได้เร็วสุดเท่าไหร่ โดยทำการปิดถนนยาว 11 ไมล์ที่รัฐ เนวาดา และสถิติที่ได้คือ 457 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เกินคำการันตี จึงทำต่ำแหน่งรถที่มีความเร็วที่สุดในโลก ของ เฮนเนสซี และ บูกัตติ เวรอน ตกหล่นไปตามลำดับยุคสมัย

อันดับที่ 2 Koenigsegg Agera One:1 ความเร็ว 451 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อาเกียรา วัน ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อฉลองครบรอบการก่อตั้งบริษัทครบ 20 ปี และได้พัฒนาให้เป็น ดิ วัน สมตามชื่อ ก้าวข้ามความเร็วอย่างบูกันติ เวรอน ถึง 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จึงทำให้ คอนิกเส็ก วัน กลายเป็นรถที่มีเครื่องยนต์กำลังสูงกว่า 1 เมกะวัตต์ คันแรกของโลก หรือเรียกว่า เมกาคาร์

อันดับที่ 1 Bugatti Chiron ความเร็ว 463 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การกลับมาครั้งนี้ของบูกันติ กลับมาพร้อมกับ บูกัตติ ชิรอน รถไฮเปอร์คาร์ 1,500 แรงม้า ซึ่งวิวัฒนาการมาจาก บูกัตติ เวรอน รถที่มีความเร็วที่สุดในโลกในครั้งอดีต กลับมาเป็นค่ายรถที่ทรงพลังที่สุดในโลกยนตรกรรมอีกครั้ง  ด้วยสถิติใหม่ 463 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และการเร่งความเร็ว 0 – 400 กิโลเมตรในเวลา 42 วินาที

บัดนี้ราชาจากแดนน้ำหอมได้แสดงให้เห็นแล้วว่า ตัวเองพร้อมเร็วที่สุดในโลก ได้กลับมารับมงกุฎ นั่งบนบัลลังก์เจ้าแห่งความเร็วอีกครั้ง จะเป็นราชาจนกว่าจะมีใครหรือความเร็วใดมาแย่งชิงความเร็วบนถนนสายนี้อีกครั้ง

 

รถหรูมาแรง ประจำปี 2018

หากพูดถึงงานอดิเรกหรือของสะสม แต่ละคนอาจมีภาพในความคิดแตกต่างกัน บางคนชอบเล่นเกม Fun88 หวย บางคนแข่งรถเป็นงานอดิเรก และคงมีหลายคนที่ชอบสะสมรถหรูและชื่นชอบในความเร็ว วันนี้ขออัพเดต 3 รถหรูมาแรง ประจำปี 2018

เริ่มที่ โรลส์-รอยซ์ รถยนต์ซูเปอร์ อัลตร้า ลักเซอรี่ ที่อยู่ในใจหลายคน ที่นอกจากความหรูในทุกด้านแล้ว ยังเป็นรถที่แสดงความเป็นบิลเลี่ยนแนร์ได้เป็นอย่างดี ปี 2018 นี้ โรลส์-รอยซ์ ได้ออกโมเดลใหม่ “นิว แฟนธอม” ที่มีโครงสร้าง Spaceframe มีน้ำหนักเบา แข็งแกร่ง เงียบ ช่วยให้การขับขี่เป็นไปอย่างนุ่มนวล เครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.75 ลิตร แบบอัดอากาศเทอร์โบคู่ แรงบิดต่ำสุด 900 นิวตัน-เมตร 1,700 รอบ/นาที ที่ให้กำลังสูงสุด 563 แรงม้า ทำให้สามารถวิ่งได้เงียบแม้ใช้ความเร็วต่ำ ไร้การกระตุกของเครื่องเมื่อเร่งความเร็ว ติดตั้งระบบส่งกำลังแบบ Satellite Aided Transmission ทำงานผสานกับเกียร์รุ่น ZF 8 สปีด มีกล้องที่ติดตั้งไว้กับกระจกหน้ารถ เพื่อให้มองเห็นถนนข้างหน้าในระยะไกล ทำให้ตัวรถสามารถปรับค่าระบบกันสะเทือนล่วงหน้า

2. Porsche 911 GT3 RS ถูกสร้างมาเพื่อเป้าหมายที่ชัดเจนคือการเป็นเจ้าสนามความเร็ว มีโครงสร้างตัวถังและระบบช่วงล่างสไตล์รถแข่ง เครื่องยนต์กระบอกสูบขนาด 4.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 520 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ภายใน 3.2 วินาที ให้ความเร็วสูงสุด 312 กม./ชม. มีระบบช่วยเลี้ยวล้อหลัง rear axle steering ออกแบบเพื่อเน้นความแม่นยำเป็นพิเศษ โครงสร้างน้ำหนักเบา โดดเด่นด้วยปีกหลังทรงสูงแบบคลาสสิก ภายในห้องโดยสาร ประกอบด้วยเบาะนั่ง full bucket seats ผลิตจากวัสดุคาร์บอนมีคุณสมบัติดีทั้งในแง่ของความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการใช้งาน เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง แผงประตูน้ำหนักเบาติดตั้งตาข่ายยึดสัมภาระ และมือเปิดแบบ opening loops เครื่องยนต์เบนซินขนาดความจุ 4.0 ลิตร 6 สูบ กำลังสูงสุด 520 แรงม้า ส่งผลให้กำลังเพิ่มขึ้นถึง 20 แรงม้า สามารถเร่งรอบการทำงานได้สูงสุดถึง 9,000 รอบ/นาที ระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ PDK

สุดท้าย Ferrari Portofino รถสปอร์ตหรู หลังคาแข็งเปิดประทุนแบบ Retractable ที่นอกจากความใหม่แล้ว ยังเป็นรุ่นที่เข้ามาแทนที่ California T อีกด้วย มีความยาวตัวถังอยู่ที่ 4,586 มม. x กว้าง 1,938 มม. x สูง 1,318 มม. มีกระจังหน้าสีดำ ช่องดักอากาศขนาดใหญ่ ชุดไฟหน้า Full-LED ทรงบูมเมอแรง ชุดไฟท้ายทรงกลมที่เป็นซิกเนเจอร์ มีเครื่องยนต์ V8 ระบบอัดอากาศ Turbocharged ความจุ 3,855 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 600 แรงม้า 7,500 รอบ/นาที แรงบิด 760 นิวตัน-เมตร 3,000 – 5,250 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด Dual- Cluth อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 3.5 วินาที พร้อมความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 320 กม./ชม. พวงมาลัยพาวเวอร์ ระบบช่วงล่างแบบ Magnetorheological Damping System อัพเกรดสปริงแบบ Dual-Coil Technology เพื่อลดอาการโคลงของตัวถัง และดูดซับแรงสั่นสะเทือนจากพื้นถนน ภายในมีจออินโฟเทนเมนต์แบบสัมผัสขนาด 10.2 นิ้ว มีจอแยกฝั่งผู้โดยสาร เบาะนั่งหลังมีเนื้อที่วางขากว้างขึ้น แต่ก็ไม่น่าจะได้ใช้ประโยชน์ เพราะรถแบบนี้ คงไม่นั่งเกิน 2 คนแน่ๆ

Lamborghini รถยอดนิยมเหล่ามหาเศรษฐี ติดอันดับโลก

Lamborghini รถยอดนิยมเหล่ามหาเศรษฐี ติดอันดับโลก

                เมื่อพูดถึงรถสปอรต์หรูที่มีราคาแพงอันดับต้น ๆ ของโลก หนึ่งในนั้นก็คือรถสปอร์ตยี่ห้อ Lamborghini (ลัมโบร์กินี) วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับรถยนต์ค่ายนี้ให้ดียิ่งขึ้น และรับรองว่าข้อมูลและเกร็ดความรู้ที่เราได้นำมาบอกกัน จะทำให้คุณหายสงสัยได้ว่าทำไมรถสปอร์ตยี่ห้อนี้ ถึงได้มีราคาแพงขนาดนี้

Lamborghini (ลัมโบร์กินี) เป็นอีกหนึ่งในรถยนต์สัญชาติอิตาลี เช่นเดียวกับ Ferrari ที่ทั้งสองค่ายนี้เป็นคู่แข่งที่สำคัญกัน และได้ชื่อว่าเป็นรถที่มีความเร็วพร้อมกับความหรูในระดับเทียบเท่ากัน และด้านล่างนี้ คือ รุ่นต่าง ๆ ของรถยนต์ Lamborghini ที่เรานำมาแนะนำกัน

  • Lamborghini Aventador (ลัมโบร์กินี อะเวนตาโด) เป็นรถยนต์นั่งสมรรถนะสูง ออกแบบมาให้มีรูปทรงแบบ 2 ประตู 2 ที่นั่ง เครื่องยนต์กลางลำหลัง ขับเคลื่อน 4 ล้อ รถยนต์รุ่นนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นรถยนต์รุ่นที่ดีที่สุดที่ลัมโบร์กินีเคยได้ผลิตมา และถือเป็นซูเปอร์คาร์ ที่มีเครื่อง V12 ที่เป็นมิตรมากที่สุดในโลก สำหรับรถยนต์ Lamborghini Aventador ได้มีการผลิตรุ่นต่าง ๆ ออกมาวางจำหน่ายหลายรุ่น คือ รุ่นแอลพี 700-4 ซึ่งมีการผลิตออกมาจำหน่ายเพียง 4,000 คันทั่วโลกเท่านั้น, รุ่นแอลพี 700-4 โรดสเตอร์ รุ่นที่มีการออกแบบหลังคาทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ให้สามารถเปิดประทุนได้, รุ่นอะเวนตาโด เจ รุ่นที่ไม่มีทั้งหลังคาและเครื่องปรับอากาศทำให้รถมีน้ำหนักเบาขึ้น ซึ่งรถยนต์รุ่นนี้มีราคาสูงถึง 84 ล้านบาท
  • Lamborghini Reventon (ลัมโบร์กินี เรเบนตัน) เป็นรถยนต์ที่มีราคาสูงสุดที่เปิดตัวในงานมอเตอร์โชว์ ที่กรุงแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี ในปี 2007 ด้วยสนนราคาที่ 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐหรือ 45 ล้านบาทไทย รถยนต์รุ่นนี้เป็นรถยนต์ที่มีสมรรถนะสูงสามารถวิ่งได้ที่ความเร็วสูงสุดถึง 356 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับแรงบันดาลใจในการออกแบบรถสปอร์ตจากค่ายลัมโบร์กินีรุ่นนี้ ก็มาจากไอเดียของเครื่องบินขับไล่ที่เร็วที่สุดนั่นเอง สิ่งสำคัญที่ทำให้เจ้ารถยี่ห้องลัมโบร์กินีมีราคาสูงก็เพราะว่า ในแต่ละรุ่นมีการผลิตรถยนต์ออกมาจำกัดจำนวน อย่างรถยนต์ลัมโบร์กีนี เรเบนตันรุ่นนี้ที่มีการผลิตออกมาเพียง 20 คันเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีรถยนต์เรเบนตัน โรดสเตอร์ ที่ผลิตออกมาเพียงแค่ 15 คันเท่านั้น ซึ่งมีราคาคันละ 42 ล้านบาท

หากคุณชื่นชอบและเป็นสาวกของเหล่ารถสปอร์ตทั้งหลาย Autosport911 เป็นเว็บไซต์ที่ได้รวบรวมเอาเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับรถสปอร์ต รวมถึงรถสปอร์ตรุ่นใหม่จากแบรนด์ดังระดับโลกเอาไว้อย่างมากมาย มาเสิร์ฟเป็นข้อมูลให้กับคุณแล้ว มาติดตามเรื่องราวของเรากันได้ตั้งแต่วันนี้

 

Michael Schumacher นักแข่งรถสูตรหนึ่งที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในระดับโลก

 Michael Schumacher นักแข่งรถสูตรหนึ่งที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในระดับโลก

                ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนของมอเตอร์สปอร์ตหรือการแข่งรถหรือไม่ก็ตาม เชื่อว่าทุกคนต้องคุ้นหู เคยได้ยินและรู้จักชื่อของ Michael Schumacher เป็นแน่ เพราะเขาคือนักแข่งรถสูตรหนึ่งหรือรถ F1 ที่ประสบความสำเร็จ จนมีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดของโลกนั่นเอง เขาเป็นใคร มาจากไหน วันนี้เราได้นำเอาประวัติของนักแข่งรถเลื่องชื่อผู้นี้มาฝากกัน

ประวัติ Michael Schumacher

Michael Schumacher เป็นนักแข่งรถสูตรหนึ่งชาวเยอรมัน เกิดเมื่อวันที่ 3 มกราคม 1969 ที่สามารถคว้าแชมป์ความเร็วในสนามแข่ง ได้ครองแชมป์โลกรถสูตรหนึ่งติดต่อกันถึง 7 ครั้งในปี 2004 อีกทั้งเป็นนักแข่งที่สามารถทำรายได้สูงถึง 80 ล้านเหรียญสหรัฐอีกด้วย จุดเริ่มต้นการเข้ามาสู่สนามแข่งรถของ Michael Schumacher นั้น ถือเป็นสิ่งที่สืบต่อกันมาทางสายเลือดและเป็นกิจกรรมของครอบครัว เพราะ Michael Schumacher เริ่มแข่งรถคาร์ทบนสนามที่พ่อของเขาสร้างขึ้นมาเองในบ้านตั้งแต่อายุ 4 ขวบ หลังจากที่เขาได้ใบขับขี่ตั้งแต่อายุ 12 ปี Michael Schumacher ก็เริ่มลงแข่งรถในสนามต่าง ๆ ทั้งในประเทศเยอรมันและในทวีปยุโรปหลายรายการ จนเป็นที่รู้จักและกลายเป็นดาวรุ่งของสนามแข่งรถในที่สุด

การเข้าร่วมแข่งขันรถสูตร 1

จนมาถึงปี ค.ศ. 1991 เมื่อ Michael Schumacher อายุได้เพียงแค่ 22 ปี เขาก็ได้เข้ามาร่วมแข่งขันรถสูตร 1 หรือ Formula one เป็นครั้งแรกในรายการเบลเยียมกรังปรีซ์ ซึ่งในการแข่งครั้งแรกนี้เขารับหน้าที่เป็นแค่นักแข่งตัวสำรองเท่านั้น แต่ในครั้งนี้เมื่อเขาได้ลงแข่งเขากลับทำความเร็วได้เป็นอันดับ 7 ซึ่งเป็นการแข่งในสนามครั้งแรก ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับทีมเป็นอย่างมาก จนในปีถัดมาเขาก็ได้คว้าชัยในการแข่งขันรายการแรกไปได้ และสามารถคว้าแชมป์ของการแข่งขันรถสูตรหนึ่งไปได้ในปี 1994 ซึ่งในการคว้าแชมป์ครั้งแรกนี้ Michael Schumacher เป็นนักแข่งที่อยู่ในสังกัดทีมเบเนตอง

ในปี 1996 Michael Schumacher ได้เข้ามาเซ็นสัญญาร่วมกับทีม Ferrari ค่ายรถชื่อดังจากอิตาลี ซึ่งหลังจากที่ Schumacher ได้เข้ามาร่วมทีม Ferrari เขาก็ได้ทำให้ทีมประสบความสำเร็จด้วยการคว้าแชมป์โลกไปได้หลังจากที่ Ferrari ไม่ได้ชนะในสนาม F1 มาอย่างยาวนาน และในการเข้ามาร่วมทีมกับ Ferrari Schumacher ได้คว้าแชมป์โลกติดต่อกันได้ถึง 5 สมัย ก่อนที่เขาจะลาวงการนักแข่งไปในปี 2006 เมื่อเขาอายุได้ 37 ปี หลังจากนั้นเขาก็ได้กลับมาลงแข่ง F1 อีกครั้งในปี 2010 ให้กับทีม Mercedes Benz แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก จนได้ลาวงการนักแข่งไปอีกครั้งในปี 2012

 

BMW รถหรู ขวัญใจสาว  ๆ ที่นั่งติดอยู่ในลิทตลอดกาล

BMW รถหรู ขวัญใจสาว  ๆ ที่นั่งติดอยู่ในลิทตลอดกาล

BMW เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ของรถหรูที่ครองใจทั้งสาว ๆ หรือแม้แต่หนุ่ม ๆ ได้อย่างตลอดกาล วันนี้เราจึงขอพาคุณมาทำความรู้จักกับรถยนต์แบรนด์นี้ให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงยังได้นำรถยนต์ BMW หลายรุ่นมาแนะนำสมรรถภาพให้คุณได้เห็นกัน จะมีรุ่นไหนน่าสนใจบ้างนั้น ไปดูกันเลย

ก่อนอื่น เรามาทราบที่มาที่ไปของเจ้ารถยนต์ BMW แบรนด์นี้กันก่อน BMW เป็นชื่อย่อที่มาจากภาษาเยอรมันว่า Bayerische Motoren Werke ซึ่งเป็นบริษัทยานยนต์ของประเทศเยอรมนีที่ตั้งอยู่ในเมืองมิวนิก ซึ่งค่ายรถ BMW นี้ อย่างที่รู้กันว่าไม่ได้ผลิตเพียงรถยนต์ออกมาวางจำหน่ายเท่านั้น แต่ยังมีการผลิตรถจักรยานยนต์ออกมาวางจำหน่ายด้วย สำหรับรุ่นต่าง ๆ ของ BMW ที่มีการผลิตออกมาจำหน่าย จะมีชื่อเรียกที่ตั้งขึ้นแบ่งตาม Series ซึ่ง Series ที่เป็นที่รู้จัก ซึ่งเราได้นำมาแนะนำกันในวันนี้

  • BMW 3 Series เป็นรถยนต์นั่งประเภทหรูหราระดับต้น ๆ ซึ่งรถยนต์รุ่นนี้ถือเป็นรถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดของ BMW ที่มีการผลิตออกมาจำหน่ายตั้งแต่ปี พ.ศ.2518 ซึ่งปัจจุบันมีการผลิตรถยนต์ Series นี้ออกมาจำหน่ายแล้วทั้งหมด 5 รุ่น โดยรถยนต์ในซีรีย์นี้มีราคาประมาณ 2-12 ล้านบาท
  • BMW 7 Series เป็นรถยนต์นั่งประเภทหรูหราขนาดใหญ่ ซึ่งรถยนต์รุ่นนี้ถือเป็นรถยนต์ที่ได้ชื่อว่าหรูหรา โด่งดัง และสมบูรณ์ที่สุดของ BMW โดยรถยนต์ซีรีย์ 7 ที่วางจำหน่ายอยู่ในขณะนี้เป็นรถยนต์ Generation ที่ 6 ของ BMW 7 Series ซึ่งความโดดเด่นของรถยนต์รุ่นใหม่นี้อยู่ที่การลดน้ำหนักของตัวรถลงด้วยการผสมผสานใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบา คือ ใช้ทั้งเหล็ก อะลูมิเนียม พลาสติก แมกนีเซียม และคาร์บอนไฟเบอร์ ทำให้รถยนต์รุ่นนี้ถือเป็นรถยนต์หรูที่มีน้ำหนักเบาที่สุดของ BMW ผสมผสานกับการออกแบบและดีไซน์อย่างหรูหรา ผสมผสานความเป็นรถสปอร์ตได้อย่างลงตัว ออกแบบกระจังหน้ามาเป็นรูปทรงไตคู่ พร้อมไฟหน้าทรงเหลี่ยมยาว ภายในห้องโดยสารเน้นความหรูหรา เรียบง่าย พร้อมฟังก์ชันความล้ำสมัยเข้าไปตามสไตล์ของ BMW
  • BMW Z4 เป็นรถยนต์นั่งสมรรถนะสูง แบบ 2 ประตู 2 ที่นั่ง ออกแบบมาเป็นสไตล์คูเป้และโรดสเตอร์ ปัจจุบันรถยนต์ซีรีย์นี้ได้มีการผลิตออกมาด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่น โดยรุ่นปัจจุบันคือ E89 ที่มาพร้อมรูปแบบโรสเตอร์หลังคาแข็งเต็มตัวคล้ายกับ Mercedes Benz รุ่น SLK

Autosport911 เป็นเว็บไซต์ที่ได้รวบรวมเรื่องราว และข่าวคราวในวงการมอเตอร์สปอร์ตมาให้คุณได้ทราบก่อนใคร รวมถึงยังได้มีการนำเกร็ดความรู้เกี่ยวกับรถสปอร์ตรุ่นต่าง ๆ มาแนะนำกันด้วย เพราะฉะนั้นอย่ารอช้าเข้ามาเป็นแฟนของ Autosport911 กันได้แล้วตั้งแต่วันนี้

Mercedes แบรนด์รถสปอร์ตขวัญใจชาวไทย

Mercedes แบรนด์รถสปอร์ตขวัญใจชาวไทย

                เมื่อเอ่ยชื่อรถแบรนด์ดังอย่าง Mercedes หรือที่คนไทยรู้จักกันในนามรถ เมอร์เซเดส-เบนซ์ หรือรถเบนซ์ หลายคนก็คงจะทราบกันดีว่ารถยนต์หรูแบรนด์นี้เป็นรถที่ได้รับมาตรฐานและมีคุณภาพ รวมถึงประสิทธิภาพในระดับเวิลด์คลาส ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยบริษัทยานยนต์ในประเทศเยอรมนี โดย Mercedes Benz นั้นเป็นรถยนต์ในเครือ Daimler ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2469 โดยนายก็อตต์ ลีบ เดทเลอร์ และคาร์ล เบนซ์ โดยปัจจุบันเบนซ์มีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองชตุทท์การ์ท ประเทศเยอรมนีนั่นเอง

วันนี้เราได้นำรุ่นรถสปอร์ตของ Mercedes Benz ที่มีชื่อเสียง และเป็นที่ใฝ่ฝันของสาวกมอเตอร์สปอร์ตทั้งหลายมาแนะนำกัน จะมีรุ่นไหนบ้างนั้น ไปดูกันเลย

  • MercedesBenz SLS AMG เป็นรถยนต์นั่งประเภทหรูหราสมรรถนะสูง ออกแบบมาในรูปแบบ 2 ประตู 2 ที่นั่ง เครื่องยนต์หน้าลำขับเคลื่อนสองล้อท้าย พร้อมเพลาส่งกำลัง เครื่องยนต์หน้าลำขับเคลื่อนทุกล้อ รถยนต์สปอร์ตจากเบนซ์รุ่นนี้มีเอกลักษณ์ด้วยการออกแบบประตูลักษณะพิเศษที่เรียกว่า Gull-wing doors หรือประตูปีกนางนวล จึงทำให้รถสปอร์ตรุ่นนี้มีความสวยงาม โดดเด่น สร้างความแตกต่างอย่างเป็นเอกลักษณ์
  • MercedesBenz SLK Class เป็นรถยนต์นั่งสมรรถนะสูงแบบโรดสเตอร์สปอร์ต เปิดประทุน รูปตัวถังเป็นแบบ 2 ประตูคูเป้ และ 2 ประตูโรดสเตอร์ เครื่องยนต์หน้าลำขับเคลื่อนสองล้อท้าย ปัจจุบันรถยนต์ในซีรีย์นี้ได้มีการผลิตออกมาจำหน่ายทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น R 170, R171 และ รุ่นล่าสุดคือ R172
  • MercedesBenz SLR Mclaren เป็นรถยนต์นั่งประเภทหรูหราสมรรถนะสูง ที่เริ่มผลิตขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2003 เป็นรถยนต์ที่ออกแบบมาในรูปแบบ 2 ประตู คูเป้, 2 ประตูโรดสเตอร์ และแบบ 2 door สปีดเตอร์ เครื่องยนต์เป็นแบบหน้าลำขับเคลื่อน 2 ล้อท้าย โดยรถยนต์รุ่นนี้ของเบนซ์เป็นการร่วมกันออกแบบผลิตร่วมกันกับรถยี่ห้อ Mclaren ซูเปอร์คาร์จากประเทศอังกฤษ ซึ่ง Mercedes Benz เข้าไปร่วมถือหุ้นอยู่ 40% โดยเจ้ารถสปอร์ตรุ่นนี้สามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดได้ถึง 334 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว
  • MercedesBenz SLClass เป็นรถยนต์นั่งประเภทหรูหราสมรรถนะสูง แบบ 2 ประตู 2 ที่นั่ง ซึ่งคำว่า SL นั้นย่อมาจากคำว่า Sport Leicht ที่แปลว่าน้ำหนักเบานั่นเอง รวมถึงรถยนต์ในรุ่นนี้ก็ได้นำนวัตกรรมประตูปีกนกนางนวลมาใช้เช่นกัน

แน่นอนว่าราคาของรถยนต์หรูอย่างเบนซ์สปอร์ตนั้น เริ่มต้นอยู่ที่หลัก 10 ล้านบาท ซึ่งหากใครมุ่งมั่นที่จะเป็นเจ้าของเจ้ารถสปอร์สักครั้งในชีวิตแล้วละก็ ก็ต้องมุ่งมั่นตั้งหน้าตั้งตาทำงานเก็บเงินกันต่อไป และสำหรับคนที่ต้องการติดตามข่าวสารในวงการมอเตอร์สปอร์ต Autosport911 เป็นเว็บไซต์ที่ได้รวบรวมเอาข่าวคราวในวงการมาเสิร์ฟให้คุณแบบส่งตรงถึงบ้านแล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 

autosport911 ครบทุกข่าวสารของวงการมอเตอร์สปอร์ต

คนที่ชื่นชอบความเร็วและเป็นคนรักรถ หลงใหลในมนต์เสน่ห์ของความเร็ว แรง รวมถึงความสวยงามของรถแข่งและรถสปอร์ต autosport911 เป็นเว็บไซต์ที่ได้รวบรวมข่าวสารในวงการรถแข่งมาฝากกัน

การแข่งรถสปอร์ตนั้นเป็นมีประวัติเกิดขึ้นมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1984 ซึ่งการแข่งรถครั้งแรก เกิดขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นการฉลองที่สามารถผลิตรถยนต์เบนซิลขึ้นได้เป็นครั้งแรกของโลก จึงได้เกิดการจัดแข่งรถหรือที่เรียกว่ามอเตอร์สปอร์ตเกิดขึ้น ซึ่งในครั้งแรกเป็นการแข่งรถโดยระยะทาง 2 กิโลเมตรเท่านั้น และถือเป็นการแข่งรถครั้งแรกของโลกที่ประสบความสำเร็จและได้รับความสนใจจากสาธารณชนเป็นอย่างดี

มาจนถึงปัจจุบันด้วยความก้าวหน้าและพัฒนาของเทคโนโลยีทำให้มีรถแข่งรุ่นใหม่ รวมถึงสนามและเวทีการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกที่ได้รับความนิยมเกิดขึ้นมากมาย ได้แก่

  1. Formula1 (FIA Formula One World Championship) การแข่งรถสูตร 1 ซึ่งถือเป็นสนามการแข่งรถในระดับสูงสุด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการจัดแข่งขันในสนามระดับโลกในทวีปยุโรป ซึ่งผู้ที่จะสามารถเข้ามาร่วมแข่งขัน และเจ้าหน้าที่ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการแข่งขัน Formula 1 ได้ จะต้องได้รับใบอนุญาต Super License จาก FIA หรือสมาพันธ์รถยนต์นานาชาติเท่านั้น
  2. WTCC (FIA World Touring Car Championship) เป็นการแข่งรถยนต์ทัวร์ริ่งคาร์นานาชาติระดับโลก ซึ่งผู้ที่จะสามารถเปิดสนามเพื่อจัดการแข่งขันได้ จะต้องได้รับรองจากสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ ซึ่งเมื่อปี 2558 สนามแข่งช้าง เซอร์กิต ในจังหวัดบุรีรัมย์ ประเทศไทยของเรา ได้เคยเป็นเจ้าภาพในการจัดแข่งขัน WTCC ด้วย
  3. Super GT ซึ่งเป็นสนามแข่งรถยนต์ทางเรียบในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้มีการจัดแข่งขันรถยนต์ทางเรียบครั้งแรกมาตั้งแต่ปี 1993 ซึ่งในปัจจุบันการแข่งขัน Super GT เป็นการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบที่ได้รับความสนใจของนักแข่งและผู้ชมจากทั่วโลก และยังได้มีการจัดแข่งขันนอกประเทศญี่ปุ่นอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งในการแข่งขัน Super GT นี้จะมีทั้งการจัดแข่งรถในระยะสั้นที่เรียกว่า Sprint Race ซึ่งจะแข่งด้วยระยะทาง 250-300 กิโลเมตร และการแข่งขันระยะทางไกล Endurance Race ซึ่งมีระยะทางถึง 1,000 กิโลเมตร ซึ่งการจัดแข่ง Super GT ระยะไกล จะเป็นการจัดแข่งในสนามที่ประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น

สำหรับผู้ที่สนใจติดตามข่าวสารและตารางการแข่งรถแข่ง และรถสปอร์ตต่าง ๆ autosport911 เป็นเว็บไซต์ที่ได้รวบรวมตารางการแข่งขัน ไฮไลท์การแข่ง ผลการแข่งขัน รวมถึงข่าวสารต่าง ๆ ในวงการไว้เพื่อให้แฟน ๆ ที่ชื่นชอบการแข่งรถสปอร์ตได้ติดตามกันอย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังมีเทคนิคดีดีสำหรับคนที่อยากจะก้าวเข้าสู่วงการนักแข่งมาฝากกันอีกด้วย

 

ฟอร์มูลาวัน การแข่งรถสูตร 1 ระดับสูงสุดของโลก

                 สาวกมอเตอร์สปอร์ตทุกคนคงจะรู้จักสนามแข่งรถอันดับ 1 ระดับโลกอย่างฟอร์มูลาวันกันเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นการแข่งรถสูตรหนึ่งที่ได้รวบรวมเอารถระดับสูงสุดของโลก ด้วยฝีมือของนักแข่งระดับโลกมาประลองฝีมือกันในสนามนี้ วันนี้เราจะมาเล่าถึงการแข่งขันฟอร์มูลาวันให้กับมือใหม่ที่สนใจการแข่งรถฟังกันสักหน่อย

ฟอร์มูลาวัน หรือ การแข่งขันรถสูตรหนึ่ง หรือการแข่งขัน F1 ก็คือชื่อเรียกของการแข่งรถที่มีชื่อเต็มอย่างเป็นทางการว่า FIA Formula One World Championship ซึ่งเป็นการแข่งขันที่มีการกำหนดมาตรฐานโดยสมาพันธ์รถยนต์นานาชาติ ซึ่งผู้ที่จะสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการแข่งขันไม่ว่าจะเป็นนักแข่ง ผู้ผลิตรถยนต์และเครื่องยนต์ ไปจนถึงเจ้าหน้าที่สนามจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตที่เรียกว่า Super License จาก FIA หรือสมาพันธ์รถยนต์นานาชาติเท่านั้น

รถที่สามารถเข้ามาร่วมแข่งขันในสนามฟอร์มูลาวันได้นั้นจะต้องเป็นรถที่ได้มาตรฐานสูตรหนึ่ง ที่สามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 360 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีรอบเครื่องยนต์สูงสุด 18,000 รอบต่อนาที ได้มาตรฐานตามที่สมาพันธ์รถยนต์นานาชาติกำหนดไว้เท่านั้น รถส่วนใหญ่ที่เป็นผู้สนับสนุนให้นักแข่งนำมาใช้ในสนามนี้จึงเป็นรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพจากค่ายรถชั้นนำระดับโลก ได้แก่ Ferrari, Renault, Mercedes, Ford, BMW, Honda และ TOYOTA และจากผลการแข่งขันล่าสุด เมื่อ 4 ปีที่ผ่านมารถที่สามารถคว้าอันดับ 1 จากสนามแข่งสูงสุดสนามนี้ไปได้ ก็คือ Mercedes ที่สามารถครองแชมป์มาได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นใน ปี 2018 นี้ เบื้องต้นทีมที่จะเข้าแข่งขันมีด้วยกันทั้งสิ้น 10 ทีม จากค่าย Ferrari, Mercedes, Renault และ TAG Heuer โดยจะเป็นการแข่งขันแบบกันทั้งหมด 21 รอบ เริ่มแข่งรอบแรกที่สนาม Australia Grand Prix ในวันที่ 25 มีนาคม จนไปถึงรอบสุดท้ายในวันที่ 25 พฤศจิกายน ที่สนาม Abu Dhabi Grand Pix โดยการจัดแข่งขันในปี 2018 นี้ จะมีสนามในเอเชียที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นสนามแข่ง ได้แก่ Chinese Grand Pix ในเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ที่จะมีการจัดแข่งขันในวันที 15 เมษายน, Singapore Grand Pix, Marina Bay ประเทศสิงค์โปร์ ในวันที่ 16 กันยายน และ Japan Gran Pix ประเทศญี่ปุ่นที่จะมีการจัดแข่งขันในวันที่ 7 ตุลาคม สำหรับสาวกมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยที่สนใจการเข้าไปชมการแข่งขันในสนามจริง ก็สามารถเตรียมตัวจองตั๋วเครื่องบิน วางแผนการเดินทางและซื้อบัตรเข้าชมกันได้เลย และหากคุณต้องการอัพเดตข่าวสารของวงการมอเตอร์สปอร์ autosport911 เป็นเว็บไซต์ที่ได้รวบรวมข่าวคราวต่าง ๆ ของวงการรถแข่งให้คุณได้ทราบก่อนใคร ที่นี่ที่เดียว !!

 

สนามแข่งมาตรฐานในประเทศไทย ที่สาวกมอเตอร์สปอร์ตต้องรู้จัก

สนามแข่งมาตรฐานในประเทศไทย ที่สาวกมอเตอร์สปอร์ตต้องรู้จัก

                คอมอเตอร์สปอร์ตชาวไทย เชื่อว่าหลายคนคงจะมีโอกาสได้ไปชมการแข่งรถที่สนามแข่งมาตรฐานระดับสากลที่อยู่ในประเทศไทยของเรากันมาบ้างแล้ว แต่สำหรับบางคนที่ยังไม่มีโอกาส วันนี้เราได้นำสนามมาตรฐานในประเทศไทย มาแนะนำให้ทุกคนรู้จักกัน เผื่อใครมีเวลาว่าง ชื่นชอบความเร็ว หรือมีวันหยุด จะได้หาโอกาสไปชมการแข่งขันของจริงกันแบบติดขอบสนามได้ สำหรับสนามแข่งที่เรานำมาแนะนำกันในวันนี้ ได้แก่

  1. สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ตั้งชื่อตามบริษัทเบียร์ช้าง ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักของสนามในปัจจุบัน สนามแห่งนี้ เป็นสนามที่โด่งดัง มีชื่อเสียงไปก้องโลก เนื่องจากสนามนี้ได้รับการรับรองว่าเป็นสนามแข่งรถที่ได้รับมาตรฐานระดับโลก จากสมาพันธ์รถยนต์นานาชาติ หรือ FIA รับรองให้สามารถใช้เป็นสนามที่สามารถจัดแข่งรถฟอร์มูลาวัน รถสูตรหนึ่ง ระดับสูงสุดของโลกได้เป็นสนามแรกและสนามเดียวในประเทศไทย และอย่างที่รู้กันว่าสนามแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยความร่วมมือของนายเนวิน ชิดชอบกับหอการค้าจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ต้องการพัฒนาเมืองบุรีรัมย์ ให้เป็นเมืองกีฬามาตรฐานระดับโลกนั่นเอง สนามแห่งนี้ใช้ทุนการสร้างถึง 2 พันล้านบาท และได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมมาตั้งแต่ปี 2557 รวมถึงยังได้มีการจัดแข่งรถในเวทีระดับโลกมาแล้วหลายหลายการได้แก่ รายการซุปเปอร์จีที รวมถึงยังถูกใช้เป็นสนามแข่งรถยนต์ทางเรียบและมอเตอร์ไซด์ทางเรียบหลายรายการ โดยในปี 2018 นี้ สนามช้างอินเตอร์เนชั่ลเนล เซอรกิต ยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นสนามแข่ง Asian Le Mans Series ซึ่งเป็นรายการใหญ่หนึ่งเดียวของทวีปเอเชีย ที่มีเป้าหมายหลักในการสร้างนักแข่งรถชาวเอเชีย ให้ก้าวไปสู่การแข่งขันรายการที่ยิ่งใหญ่ของโลกอีกด้วย
  2. สนามพีระเซอร์กิต หรือ ที่รู้จักกันในชื่อของสนามพัทยาเซอร์กิต ตั้งอยู่ใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เป็นสนามแข่งรถมาตรฐานของไทยสนามแรกที่ได้รับการรับรองจากสมาพันธ์กีฬาแข่งรถนานาชาติ (FIA)
  3. สนามไทยแลนด์เซอร์กิต หรือที่รู้จักกันในนามสนามนครชัยศรี มอเตอร์สปอร์ต คอมเพล็กซ์ เป็นสนามที่ตั้งอยู่ใน อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม สนามนี้เป็นสนามที่ใช้แข่งรถมอเตอร์ครอส อีกทั้งยังใช้เป็นสนามแข่งรถยนต์ทางเรียบ และสนามวิบากของเวทีรถแข่ง ที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพ

สำหรับคอมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยที่ต้องการติดตามข่าวคราว อัพเดตตารางการแข่งรถ และข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับมอเตอร์สปอร์ตทั้งในประเทศและต่างประเทศ Autosport911 เป็นเว็บไซต์ที่ได้รวบรวมเรื่องราวต่าง ๆ ที่น่าสนใจ ส่งตรงมาให้คุณถึงบ้านแล้วตั้งแต่วันนี้