การเข้า พิทสต็อป (Pit Stop) สูตรสำคัญของชัยชนะ

การแข่งขันรถฟอร์มูล่าวัน เป็นการแข่งขันรถที่มีความเร็วเป็นอันดับหนึ่งของโลก ตัดสินโดยการเก็บสถิติคะแนนในแต่ละสนามให้ได้มากที่สุด และนักแข่งคนใดที่สามารถพิชิตรอบที่กำหนด และเข้าเส้นขัยได้ก่อนจะเป็นผู้ที่ได้รับชัยชนะและได้ขึ้นไปฉลองชัยบนโพเดียมของสนามนั้น ๆ ดังนั้นเวลาทุกวินาทีบนสนามจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการแข่งขัน มีค่ามากกว่าทุกสิ่งในเวลานั้น หลายคนต่างคิดว่าถ้าทุกวินาทีมีค่าขนาดนั้น ทำไมถึงไม่วิ่งแบบรอบเดียวจบโดยไม่ต้องเข้าพิทสต็อปแล้วเข้าเส้นชัยไปรับรางวัลเลย เรื่องนี้มีความลับที่ซ่อนอยู่นั่นเอง

สำหรับในการแข่งขันรถฟอร์มูล่าวัน มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะวิ่งรอบเดียวโดยที่ไม่เข้า พิทสต็อป เพราะในการแข่งขันแต่ละรอบ เหตุผลแรกคือการใช้น้ำมัน ซึ่งในการแข่งขันรถฟอร์มูล่าวัน รถที่ใช้ความเร็วมากกว่า 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะกินน้ำมัน 3 ลิตรต่อกิโลเมตร ซึ่งรวมระยะทางทั้งหมดที่ต้องวิ่งต่อรอบแล้ว รถฟอร์มูล่าวันไม่สามารถวิ่งครั้งเดียวจบได้ถ้าไม่เข้าจุดพิทสต็อป ดังนั้นจึงมีการคิดวิธการเติมน้ำมันเป็นสูตรหลายรูปแบบ แตกต่างกันของแต่ละทีม เพื่อใช้ในการเข้าพิทสต็อปในแต่ละครั้ง และใช้เวลาให้น้อยที่สุด สามารถที่จะทำเวลาได้ดีขึ้นในรอบต่อไป จนถึงรอบสุดท้าย อีกทั้งยังมีการเปลี่ยนยางวิ่งในแต่ละรอบการแข่งขัน สำหรับยางเส้นที่เสียหรือเปลี่ยน เพื่อจะทำให้การวิ่งในแต่ละรอบไม่เหมือนกันตามสภาพท้องถนน และจังหวะที่ต้องการจะใช้ว่ารอบนี้จะใช้เพื่อความเร็ว หรือรอบนี้จะใช้เพื่อที่จะรักษาเวลา การแข่งขันของทีม ภาคสนามของแต่ละทีมที่จุดพิทสต็อป จะถูกฝึกซ้อมให้มีการทำงานที่รวดเร็วและแม่ยำ ในการทำหน้าที่แต่ละส่วนของจุดต่าง ๆ โดยมีบันทึกไว้ว่า ทีมที่ทำเวลาได้เร็วที่สุด ใช้เวลาในการเปลี่ยนยางทั้ง 4 เส้น เพียงแค่ 1.92 วินาที

การที่มีน้ำมันในรถแข่งน้อย ก็เป็นปัจจัยหนึ่งในการทำเวลาให้เร็วขึ้นได้ในแต่ละรอบ เพราะน้ำหนักของรถแข่งยิ่งเบา ก็ยิ่งจะทำให้รถมีความเร็วเพิ่มมากขึ้น ซึ่งถ้ารถไม่เติมน้ำมันให้เต็มถังในรอบแรก ก็อาจจะมีผลทำให้รถเบาขึ้นและสามารถทำเวลาได้ดีกว่ารถคันอื่นที่เติมน้ำมันมาเต็มถัง  ถึงแม้ว่าจะต้องเข้าพิทสต็อปบ่อย แต่สามารถทำเวลาบนสนามได้ดีกว่าคู่แข่ง จึงเป็นทฤษฎีที่หลายทีมนำไปใช้เป็นจังหวะขึ้นนำ หรือช่วงเวลาพลิคล็อคของรอบจนนำมาสู่ชัยชนะ นอกจากนี้การเข้าพิทสต็อป ยังเป็นการช่วยซ่อมแซมส่วนที่เกิดอุบัติเหตุกับตัวรถระหว่างการแข่งขัน จากอุบัติเหตุ การกระแทกต่าง ๆ หรือภัยธรรมชาติจากเศษหิน กิ่งไม้ ที่เกิดขึ้นแบบไม่คาดคิด ให้สามารถกลับมาทำการแข่งขันต่อไปให้จนจบได้

ถ้าถามว่าเวลามีค่าแค่ไหน ลองมาดูเจ้าหน้าที่ในพิทสต็อปนี้ทำงานดู แค่เสี้ยววินาที ก็มีค่ามากมายสำหรับพวกเขาแล้ว

 

คำศัพท์การแข่งรถฟอร์มูล่าวัน ที่สาวกแห่งความเร็วต้องรู้

สำหรับที่คนที่คลุกคลีในวงการรถสูตร 1 นี้มานาน อาจจะรู้ความหมายของคำศัพท์ต่าง ๆ ในการแข่งบ้างแล้ว แต่สำหรับสายความเร็วหน้าใหม่ การรับรู้คำศัพท์การแข่งรถฟอร์มูล่าวัน จะทำให้การรับชมเข้าใจความหมายและมีความสนุกมากยิ่งขึ้น

1.Formula One:

ฟอร์มูล่าวัน มีชื่อเรียกถึง 4 ชื่อ คือ ฟอร์มูล่าวัน รถสูตรหนึ่ง เอฟวัน และชื่อเต็ม ฟีฟ่า ฟอร์มูล่าวัน เวิลด์แชมป์เปี้ยน เป็นการแข่งรถยนต์ระดับสูงที่สุดในโลกด้วยความเร็ว 360 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

2.FIA:

ย่อมาจาก Fédération Internationale de l’Automobile ในภาษาฝรั่งเศส และ International Automobile Federation ที่เป็นภาษาของอังกฤษ ซึ่งแปลเป็นไทยว่า สหพันธ์รถยนต์ระหว่างประเทศ

3.Grands Prix:

กรังด์ปรีซ์ กรองพรี หรือ แกรนด์พรีซ์ ออกเสียงได้สามแบบ เป็นคำศัพท์ที่ออกเสียงทางภาษาฝรั่งเศส ซึ่งแปลว่า รางวัลใหญ่ มักใช้กับรายการที่เป็นที่สุดในโลก อย่างการแข่งรถฟอร์มูล่าวัน

4.Circuit:

เซอร์กิต คือ สนามแข่งรถแบบที่มีสนามเป็นทางเรียบ โดยมีทั้งทางตรงและทางอ้อม

5.Track :

แทรค คือ เส้นทางวิ่งในสนาม โดยจะมีทางเข้าแทรค และทางออกแทรค

6.Cockpit:

ค็อกพิท มีชื่อเรียกอีก 2 อย่างคือ พิทสตอป (Pitstop) หรือ พิท (Pit) คือ สถานที่ที่แต่ละทีมใช้ สำหรับซ่อมแซมปรับปรุงรถทั้งก่อนแข่ง ระหว่างแข่ง และหลังจากแข่ง

7.Pit Lane:

พิทเลน คือ เส้นทางวิ่งสำหรับเข้าออกระหว่างสนามกับจุดซ่อมแซม ซึ่งเป็นทางตรงและจำกัดความเร็วการเข้าออก ตามแต่ละที่สนามกำหนด

8.Pitwork:

พิทเวิร์ค คือ การทำงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายสนามของแต่ละทีม ในการเปลี่ยนอุปกรณ์ ยางรถยนต์ ซ่อม ปรับปรุงรถต่าง ๆ ที่เสียหายในระหว่างการแข่งขัน

9.Lap:

แลป คือ รอบหรือครั้งในการแข่งขัน

10.DRS:

ดีอาร์เอส ย่อมาจาก  Drag Reduction System  คือการให้อากาศทำปฏิกิริยากับรถ ให้สามารถวิ่งได้เร็วขึ้น ใช้ได้ในเฉพาะบางช่วงของสนามเท่านั้น

11.Free Practice:

คือ การฝึกซ้อม โดยมีการแบ่งออกเป็น 2 รอบ คือ รอบเช้าและรอบบ่าย รอบละ 90 นาที ส่วนมากจะจัดในวันศุกร์ ยกเว้น รายการโมนาโก กรังด์ปรีซ์ ที่จะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดี เนื่องจากปัญหาการจราจรของเมือง

12.Qualifying:

หรือ เรียกว่ารอบควอลิฟาย คือการแข่งขันจับเวลาการจัดอันดับสตาร์ท ก่อนเข้าสตาร์ทในวันแข่งขันจริง จะถูกกำหนดเป็นวันเสาร์ในทุกสนามการแข่งขัน

13.Pole Position:

เป็นจุดที่นักแข่งรถต้องการโดยส่วนใหญ่เพราะเป็นจุดเริ่มต้น หรือจุดสตาร์ทแรกของการแข่งขันในวันแข่งขันจริง

14.Race Day:

วันแข่งขันจริงที่มีการแข่งขันรถฟอร์มูล่าวัน ในระยะทางรวมไม่ต่ำกว่า 300 กิโลเมตร และต้องใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง ในการแข่งขัน เว้นแต่ว่าจะถูกคั่นด้วยอุบัติเหตุหรือสภาพอากาศทางธรรมขาติ

15.Podium:

แท่นยืนสำหรับผู้ที่ได้รับชัยชนะ ผู้ที่ทำเวลาและมีคะแนนมากที่สุดจะได้ขึ้นไปรับรางวัลตามลำดับ โดยมีการแบ่งเป็นลำดับ ที่ 3 ที่ 2 และที่ 1 โดยที่ 1 จะอยู่สูงสุด

ทั้งหมดนี้เป็นคำศัพท์ง่าย ๆ ที่จะช่วยให้เราเข้าใจมากขึ้น แต่ไม่ต้องกังวลถึงขนาดท่องจำ เพราะระหว่างชมเราจะค่อย ๆ ซึมซับ และเข้าใจได้เอง ตามที่ผู้บรรยายการแข่งขันพูดนั่นเอง

 

สุดยอดนักแข่งรถฟอร์มูล่าวัน ที่โลกต้องจดจำ

ก่อนที่ทุกความเร็วในการแข่งขันจะถูกจดบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ จำเป็นต้องมีบทพระเอกคุมพวงมาลัย เพราะต่อให้รถวิ่งได้เร็ว 1,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ไม่มีใครเอาไปวาดลวดลายจริงบนท้องถนน มันก็จะเป็นแค่เรื่องเล่าของเศษเหล็กที่ไร้ซึ่งชีวิตเท่านั้น และด้านล่างนี้เป็น 5 ในหลาย ๆ นักขับรถที่ดีที่สุดในโลก

1.ฮวน มานูแอล ฟานจิโอ  ชาวอาเจนตินา ผู้สร้างประวัติศาสตร์ในยุคแรกเริ่มของการแข่งรถ ด้วยการขับรถตลุยคว้าแชมป์โลก 5 สมัย ใน 7 ปี และเป็น 7 ปีที่อยู่กับ 4 ทีมชั้นนำ อัลฟาโรเมโอ, เฟอร์รารี่, เมอซิเดส และ มาเซราติ ราวกับว่าที่ใหนก็ได้ คันไหนก็ได้ ถนนเส้นไหนก็ได้ ฮวน มานูเอล ฟานจิโอ พร้อมจะไปเป็นสุดยอดนักแข่งรถที่นั่น

2.เซบาสเตียน เวทเทล เด็กหนุ่มที่คว้าแชมป์โลก 4 สมัยติดต่อกันกับทีมเรดบูล เรซซิ่ง แซงทุบสถิติกลายเป็นแชมป์โลกที่อายุน้อยที่สุดในโลกคนใหม่ แทนลูอิส แฮมิลตัน ในเวทีเดียวกัน โดยมี มิชาเอล ชูมัคเกอร์ สุดยอดนักแข่งรถฟอร์มูล่าวัน แชมป์โลก 7 สมัย และ เจนสัน บัตตัน แชมป์เก่าปีล่าสุด ร่วมเวทีการแย่งแชมป์โลกในหนนั้นด้วย เท่ากับว่าในการแข่งขันแชมป์โลกครั้งนั้น เวทเทลได้พิชิตสุดยอดนักแข่งรถในอดีตไปพร้อมกันถึง 3 คน ด้วยการแข่งขันเพียงรายการเดียว

3.ไอร์ตัน เซนน่า แชมป์โลก 3 สมัย ที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ ย้อนกลับไปก่อนที่ มิชาเอล ชูมัคเกอร์ จะได้แชมป์ที่สนามอิโมล่าด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 20 นาที  ไอร์ตัน เซนน่า กำลังขับแซงหน้า มิชาเอล ชูมัคเกอร์ นำเป็นอันดับที่ 1 ก่อนที่โค้งแทมบูเรลโลจะพรากสุดยอดนักแข่งรถฟอร์มูล่าวันแชมป์โลก 3 สมัยจากโลกใบนี้ไป การจากไปของไอร์ตันในครั้งนั้น ได้จุดชนวนการตระหนักครั้งยิ่งใหญ่ของวงการมอเตอร์สปอร์ต ในการรักษาความปลอดภัยของนักแข่งรถให้ยกระดับมากขึ้น จนถึงปัจจุบันมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นมากมาย แต่ไม่มีใครเสียชีวิตจากอุบัติเหตุอีกเลย

4.นิกิ เลาดา  บุรุษผู้ปฏิเสธมัจจุราชจาก อเวจีสีเขียว แห่งนอร์กบูริง ในปี1976 จากอุบัติเหตุแหกโค้งในการแข่งขันรถฟอร์มูล่าวัน แพทย์วินิจฉัยว่าเลาเดา อาการโคม่า ไม่อาจรอดได้ แต่นิกิ เลาเดา ก็กลับมาแข่งรถได้ภายใน 42 วัน และคว้าชัยชนะในสนามที่อิตาลี ก่อนที่จะตัดสินใจถอนตัวออกจากการแข่งขันในปีนั้น และประกาศยุติไม่ลงแข่งรถอีกต่อไป โดยให้เหตุผลว่า “ขาดแรงบันดาลใจ” ก่อนที่จะตัดสินใจกลับมาลงแข่งอีกครั้งในปี 1977 และเป็นปีที่นิกิ เลาเดาได้เป็นแชมป์โลกสมัยที่ 3

5.มิชาเอล ชูมัคเกอร์ สุดยอดนักแข่งรถฟอร์มูล่าวัน แชมป์โลก 7 สมัย และแชมป์โลกติดต่อกัน 5 สมัยสูงสุด และมากที่สุดในโลก 1994 คือปีที่ถือกำเนิดของราชา สุดยอดนักแข่งรถฟอร์มูล่าวัน ด้วยการคว้าแชมป์โลกครั้งแรก กับทีมเบเนตอง ก่อนพิชิตแชมป์โลกหนที่ 2 ในปี 1995 เป็นปีที่สองติดต่อกัน และตลุยกวาดแชมป์โลกเป็นว่าเล่นถึง 5 สมัย ติดต่อกันในปี 2000-2004 และควรมีแชมป์มาครองถึง 8 สมัย และติดต่อกัน 6 สมัยหากไม่ได้รับอุบัติเหตุขาหักในปี 1999  วันที่ 29 ธันวาคม 2013 ราชาเอฟวันได้หลับใหลจากอุบัติเหตุการเล่นสกีที่เทือกเขาแอลป์ จวบจนปัจจุบันเป็นเวลาถึง 4 ปี ได้รับการผ่าตัดถึง 2 ครั้ง ตอนนี้ได้กลับไปพักรักษาตัวทำกายภาพบำบัดที่บ้านเรียบร้อยแล้ว

ต่อให้มีรถแข่งที่สุดยอดแค่ไหน หากขาดนักขับที่เก่งกาจ สามารถควบคุมรถให้อยู่หมัดได้ ก็ไร้ความหมาย ดังนั้นค่ายรถต่าง ๆ เอง ก็พยายามเฟ้นหาและฝึกฝนนักแข่งหน้าใหม่เสมอ ใจถึง ๆ รถแรง ๆ บวกกับฝีมือ มันคือหนทางแห่งแชมป์โลกนั่นเอง

 

ฟอร์มูลาวัน การแข่งรถสูตร 1 ระดับสูงสุดของโลก

                 สาวกมอเตอร์สปอร์ตทุกคนคงจะรู้จักสนามแข่งรถอันดับ 1 ระดับโลกอย่างฟอร์มูลาวันกันเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นการแข่งรถสูตรหนึ่งที่ได้รวบรวมเอารถระดับสูงสุดของโลก ด้วยฝีมือของนักแข่งระดับโลกมาประลองฝีมือกันในสนามนี้ วันนี้เราจะมาเล่าถึงการแข่งขันฟอร์มูลาวันให้กับมือใหม่ที่สนใจการแข่งรถฟังกันสักหน่อย

ฟอร์มูลาวัน หรือ การแข่งขันรถสูตรหนึ่ง หรือการแข่งขัน F1 ก็คือชื่อเรียกของการแข่งรถที่มีชื่อเต็มอย่างเป็นทางการว่า FIA Formula One World Championship ซึ่งเป็นการแข่งขันที่มีการกำหนดมาตรฐานโดยสมาพันธ์รถยนต์นานาชาติ ซึ่งผู้ที่จะสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการแข่งขันไม่ว่าจะเป็นนักแข่ง ผู้ผลิตรถยนต์และเครื่องยนต์ ไปจนถึงเจ้าหน้าที่สนามจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตที่เรียกว่า Super License จาก FIA หรือสมาพันธ์รถยนต์นานาชาติเท่านั้น

รถที่สามารถเข้ามาร่วมแข่งขันในสนามฟอร์มูลาวันได้นั้นจะต้องเป็นรถที่ได้มาตรฐานสูตรหนึ่ง ที่สามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 360 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีรอบเครื่องยนต์สูงสุด 18,000 รอบต่อนาที ได้มาตรฐานตามที่สมาพันธ์รถยนต์นานาชาติกำหนดไว้เท่านั้น รถส่วนใหญ่ที่เป็นผู้สนับสนุนให้นักแข่งนำมาใช้ในสนามนี้จึงเป็นรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพจากค่ายรถชั้นนำระดับโลก ได้แก่ Ferrari, Renault, Mercedes, Ford, BMW, Honda และ TOYOTA และจากผลการแข่งขันล่าสุด เมื่อ 4 ปีที่ผ่านมารถที่สามารถคว้าอันดับ 1 จากสนามแข่งสูงสุดสนามนี้ไปได้ ก็คือ Mercedes ที่สามารถครองแชมป์มาได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นใน ปี 2018 นี้ เบื้องต้นทีมที่จะเข้าแข่งขันมีด้วยกันทั้งสิ้น 10 ทีม จากค่าย Ferrari, Mercedes, Renault และ TAG Heuer โดยจะเป็นการแข่งขันแบบกันทั้งหมด 21 รอบ เริ่มแข่งรอบแรกที่สนาม Australia Grand Prix ในวันที่ 25 มีนาคม จนไปถึงรอบสุดท้ายในวันที่ 25 พฤศจิกายน ที่สนาม Abu Dhabi Grand Pix โดยการจัดแข่งขันในปี 2018 นี้ จะมีสนามในเอเชียที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นสนามแข่ง ได้แก่ Chinese Grand Pix ในเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ที่จะมีการจัดแข่งขันในวันที 15 เมษายน, Singapore Grand Pix, Marina Bay ประเทศสิงค์โปร์ ในวันที่ 16 กันยายน และ Japan Gran Pix ประเทศญี่ปุ่นที่จะมีการจัดแข่งขันในวันที่ 7 ตุลาคม สำหรับสาวกมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยที่สนใจการเข้าไปชมการแข่งขันในสนามจริง ก็สามารถเตรียมตัวจองตั๋วเครื่องบิน วางแผนการเดินทางและซื้อบัตรเข้าชมกันได้เลย และหากคุณต้องการอัพเดตข่าวสารของวงการมอเตอร์สปอร์ autosport911 เป็นเว็บไซต์ที่ได้รวบรวมข่าวคราวต่าง ๆ ของวงการรถแข่งให้คุณได้ทราบก่อนใคร ที่นี่ที่เดียว !!