เรื่องราวเบื้องหลังสถิติมอเตอร์สปอร์ตที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน

หลังจากการทดสอบรวมถึงการรวบรวมข้อมูลของการแข่งขันรถสูตร 1 ของ Forix ซึ่งใช้เวลายาวนานได้สิ้นสุดลงไปแล้ว เราก็ได้นำเอาเรื่องราวเบื้องหลังการเก็บสถิติมอเตอร์สปอร์ตที่เชื่อว่ายังไม่มีใครรู้มาฝากกัน

Forix ผู้อยู่เบื้องหลังการเก็บสถิติ         

                จากเกาะ Azores ที่ไกลออกไป Jaoa Paulo Cunha ใช้เวลามากกว่า 30 ปี ในการรวบรวมและประมวลผลสถิติเพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีความแม่นยำและครอบคลุมมากที่สุดจากการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต    

ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่าน Jaoa Paulo Cunha และทีมงานของ Forix ได้ใช้เวลาในการทำงานเพื่อจะอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในการแข่งขันรถแข่งรวมถึงเรื่องของล้อรถยนต์ทั้ง 4 ล้อไปจนถึงตัวมอเตอร์ไว้อย่างครบถ้วน อย่างที่เรียกได้ว่ามีการเก็บทุกสถิติในโลกที่เกี่ยวข้องกับการแข่งรถที่แฟน ๆ ให้ความสนใจก็ว่าได้

ในบางช่วงที่มีซีซั่นการแข่งขันทีมงานของพวกเขาต้องทำงานกันอย่างต่อเนื่องถึง 18 ชั่วโมง อย่างไม่มีวันหยุดรวมถึงวันอาทิตย์ ทำให้ตอนนี้ Forix มีข้อมูลการแข่งขันรถทั้งสิ้น 515 ซีรีย์ทั้งที่มีการจัดแข่งขันขึ้นในปี 2018 และรายการที่ไม่มีการจัด มีข้อมูลผลการแข่งขันกว่า 52,000 สนาม รวมถึงข้อมูลของนักแข่งกว่า 70,000 คนและรถแข่งกว่า 6,000 คัน

จากงานอดิเรกนำไปสู่การเก็บสถิติระดับโลก

Jaoa Paulo Cunha กล่าวว่า ตอนแรกการเก็บข้อมูลเหล่านี้ก็เหมือนจะเป็นงานอดิเรก เนื่องจากเขาเป็นแฟนตัวยงของการแข่งขันรถ F1 เขาก็เลยตามเก็บข้อมูลที่เกิดขึ้นแล้วบันทึกลงไปในคอมพิวเตอร์และทำมันมาอย่างต่อเนื่องจนเริ่มกลายเป็นงานที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุด Forix ก็ได้กลายเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ที่ทำการเก็บรวบรวมและประมวลผลสถิติต่าง ให้กับการจัดแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตและเข้าร่วมเป็นเครือข่ายพันธมิตรของการแข่งขันทั้งหลายเรื่อยมาตั้งแต่ปี 2016 นับจากวันนั้นถึงวันนี้นับเป็นระยะเวลาถึง 50 ปีของ Jaoa Paulo Cunha เรียกได้ว่าทำมาตั้งแต่หนุ่มจนแก่เลยทีเดียว และสาเหตุที่เขาเลือกที่ตั้งในการทำงานอยู่ที่เกาะ Azores ก็เนื่องจากสะดวกสำหรับการเก็บข้อมูลการแข่งขันที่อยู่ในสนามของแต่ละประเทศซึ่งมี Timezone แตกต่างกันนั่นเอง

สำหรับความแม่นยำของการเก็บข้อมูลนั้น Jaoa Paulo Cunha ยังกล่าวต่อว่า ในบางครั้งการเก็บข้อมูลของ Forix ยังมีความแม่นยำกว่าการเก็บข้อมูลของผู้จัดงานเสียอีก ทำให้บริษัทมีส่วนช่วยในการเก็บสถิติของมอเตอร์สปอร์ตได้มากจนได้รับการยอมรับและได้รับความเชื่อถือจากเหล่าผู้จัดระดับโลก

สำหรับแฟน ๆ ที่สนใจการเก็บข้อมูลการแข่งรถระดับโลกซีรีย์ต่าง ๆ จาก Forix คุณสามารถค้นหาข้อมูลและเข้าถึงบริการในรูปแบบต่าง ๆ ได้ทางออนไลน์

Brad Keselowski พา Ford New Mustang คว้าแชมป์ NASCAR CUP ฤดูกาลแรกปี 2019

Brad Keselowski กลับมาผงาดสังเวียนการแข่งรถระดับโลกอีกครั้งสำหรับฤดูกาลแรกของถ้วย NASCAR CUP ของปี 2019 โดยครั้งนี้เขาได้พา Ford New Mustang รถสปอร์ตรุ่นใหม่จากค่ายฟอร์ดเข้าเส้นไปได้หลังฟื้นจากอาการป่วย 

Brad Keselowski กลับคืนสังเวียน

                Bladley Asron Keselowski เป็นนักแข่งรถมืออาชีพชาวอเมริกันที่เชื่อว่าแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตคงจะรู้จักและได้ติดตามผลงานของเขากันมาบ้าง เพราะ Brad เริ่มเข้าสู่วงการนักแข่งมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2004 อีกทั้งยังสร้างสถิติเป็นนักแข่งคนที่ 2 ในจำนวนทั้งหมด 4 คน ที่สามารถคว้าแชมป์ทั้งถ้วย Series Cup และ Xfinity Series ได้ในคราวเดียวกัน อีกทั้งยังเป็นนักแข่งคนที่ 25 ที่สามารถเอาชนะการแข่งขันทั้ง 3 ซีรีย์ของ NASCAR ไปได้อีกด้วย

ก่อนที่จะเริ่มการแข่งขันฤดูกาล 2019 นี้ Brad Keselowski ต้องเจอกับอาการป่วย แต่เขาก็สามารถฟื้นร่างกายเพื่อกลับมาลงแข่งซีซั่นแรกของ NASCAR CUP 2019 และคว้าถ้วยไปครองได้ในที่สุด     
               

Brad Keselowski  ซิ่ง Ford New Mustang คว้าแชมป์ NASCAR CUP 2019

                การแข่งขันซีซั่นแรกของ NASCAR CUP 2019 ที่ผ่านมา Brad Keselowski ที่ฟื้นจากอาการป่วยได้ลงแข่งขันโดยใช้รถสปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Ford Mustang ลงแข่งที่สนาม Atlanta ซึ่งถือเป็นรางวัลจากการฝึกซ้อมอย่างหนัก ทำให้ Brad คว้าแชมป์ในรอบสุดท้ายของการแข่งขันและสามารถคว้าถ้วยชนะเลิศในรายการซีรีย์เป็นครั้งที่ 28 และถือเป็นนักแข่งที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของทีม Penske  

                ในการแข่งขันครั้งนี้ Brad Keselowski ขึ้นเป็นผู้นำได้ถึง 293 รอบ จากทั้งหมด 325 รอบ และเมื่อเขาสามารถแซงเพื่อนร่วมทีมอย่าง Joey Logano ที่มีลุ้นในถ้วยใบนี้เช่นเดียวกันไปได้จึงทำให้ Brad Keselowski เริ่มเป็นผู้นำอย่างต่อเนื่องในรอบต่อ ๆ มา จนเข้าเส้นชัยและคว้าถ้วยไปได้ในที่สุด

                นอกจาก Brad Keselowski แล้ว Erik Jones, Polesitter Aric Almirola, Chris Buescher และ Daniel Suarez ยังเป็นนักแข่งที่ติดอันดับผู้ที่สามารถทำคะแนนได้สูงสุดสำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ ส่วน Kyle Larson ผู้ที่เอาชนะในนัดเปิดการแข่งขันและผู้ที่สามารถขึ้นเป็นผู้นำได้ถึง 142 รอบ ทำได้เพียงแค่อันดับที่ 12 สำหรับซีซั่นนี้เท่านั้นเนื่องจากต้องเจอกับปัญหารถตกหลุมในการแข่งขัน Stage ที่ 2 อีกทั้งยังมีนักแข่งอีกหลายคนที่หลุดจากตำแหน่งผู้นำเนื่องจากเจอปัญหาคล้าย ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็น Ryan Blaney และ Jimmie Johnson อดีตแชมป์ 7 สมัย ที่ขับ Chevrolet เข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 24 ในการแข่งขันครั้งนี้

                ส่วนผู้ที่เข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 2 รองจาก Brad Keselowski คือ Martin Trux Jr. จากทีม Joe Gibbs Racing กับรถสปอร์ตจาก Toyota ส่วนอันดับ 3 คือ Kurt Busch จากทีม Chip Ganassi Racing กับรถสปอร์ตจาก Chevrolet ส่วนในซีซั่นต่อไปของ NASCAR CUP 2019 ก็ต้องติดตามกันว่านักแข่งคนใดที่จะสามารถคว้าถ้วยไปครองได้

Lewis Halmilton แชมป์ F1 อายุน้อยที่สุดในโลก

เมื่อพูดถึงชื่อของนักแข่งรถสูตร 1 ที่มาแรงที่สุดในตอนนี้จะเป็นใครไปไม่ได้ ก็คงต้องเป็นแชมป์ F1 คนล่าสุดที่สามารถคว้าถ้วยรางวัลให้กับทีม Mercedes ไปได้ วันนี้เราจึงจะพาไปคุณรู้จักกับ Lewis Halmilton นักแข่งรถชาวอังกฤษที่ได้ชื่อว่าเป็นแชมป์ F1 ที่อายุน้อยที่สุดในโลก

ทำความรู้จักกับ Lewis Halmilton      

                Lewis Halmilton เป็นนักแข่งรถชาวอังกฤษ ปัจจุบันอายุ 33 ปีที่ทำสถิติคว้าแชมป์โลกในการแข่งขันรถสูตร 1 ให้กับทีม Mercedes AMP Petrrnas ได้ถึง 5 ครั้งจนเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักแข่งที่ดีที่สุดและอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์วงการการแข่งรถ

จุดเริ่มต้นการเป็นนักแข่ง

Lewis Halmilton เกิดและโตที่เมือง Stevenage, Hertfordshire ใกล้กับกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ โดยเขาได้เริ่มสนใจเรื่องการแข่งรถตั้งแต่ตอนที่พ่อเขาซื้อรถแข่งบังคับวิทยุให้ตอนอายุ 6 ขวบ ต่อด้วยการเริ่มขับรถโกคาร์ทและเริ่มเข้าสู่วงการการแข่งรถโดยการสนับสนุนของบิดา Halmilton ได้เริ่มเข้าแข่งขันโกคาร์ทตั้งแต่ปี 1993 คือตอนที่เขามีอายุแค่เพียง 8 ขวบและได้แชมป์อันดับ 1 หลังจากนั้น 2 ปีต่อมาเขาก็ได้เข้าไปเสนอตัวเองกับทีม McLaren โดยเขาเชื่อว่าวันหนึ่งเขาจะได้มีโอกาสเข้าร่วมทีมและขับรถของ McLaren คว้าแชมป์ได้ เมื่อเขาอายุได้ 12 ปี  ทักษะการขับขี่ของเขาก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ และสามารถคว้าแชมป์ในรายการ Junior Yamaha ไปได้ในฤดูกาล 1997 และ 1998 จน McLaren เห็นความสามารถและได้เรียก Halmilton เข้าไปร่วมทีมและได้เซ็นต์สัญญาเป็นนักแข่งของ McLaren จนต่อมาก็ได้ไต่เต้าขึ้นเป็นนักแข่ง Formala 1 ของทีม McLaren ในที่สุด

เส้นทางสู่ความสำเร็จ

                ปี 2007 เป็นปีแรกที่ Halmilton ลงเป็นนักแข่งให้กับ McLaren ในสนามแข่งฟอร์มูล่าวัน โดยเขาสามารถเอาชนะได้ในสนาม Canadian Grand Prix ซึ่งถือเป็นชัยชนะครั้งแรกของเขาในการแข่งขัน Formula 1 จนต่อมาในปี 2008 เขาก็ได้พัฒนาความสามารถที่ต้องทำให้คนทั้งโลกได้ทึ่งเนื่องจากเขาได้ทำสถิติคว้าแชมป์ฟอร์มูล่าวันที่มีอายุน้อยที่สุดในโลกมาครองในฐานะนักแข่งของทีม McLaren จนกระทั่งปี 2013 Halmilton ได้ย้ายมาเข้าร่วมทีมกับ Mercedes และสามารถคว้าแชมป์ให้กับทีม Mercedes ได้ อีกทั้งสามารถรักษาอันดับแชมป์ไว้ได้ในปี 2014 และปี 2015 และสามารถกลับมาคว้าตำแหน่งอันดับ 1 ของโลกได้ในปี 2017 และปี 2018 ซึ่งเป็นปีล่าสุด ถือเป็นนักแข่งที่มีอายุน้อยที่สุดที่สามารถคว้าแชมป์ให้กับทีม Mercedes ได้ถึง 5 ครั้ง จนได้รับการจารึกว่าเป็นนักแข่งรถที่ดีที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์การแข่งขัน Formula 1

สำหรับฤดูกาลปี 2019 ที่กำลังจะมาถึง  Halmilton ก็จะยังคงเป็นนักแข่งให้กับทีม Mercedes และได้มีการต่อสัญญาไปจนถึงปี 2020 ซึ่งเขาเชื่อว่าจะสามารถคว้าแชมป์และรักษาตำแหน่งแชมป์โลกเอาไว้ได้อีกครั้ง

อเล็กซานเดอร์ อัลบอน นักแข่งรถสัญชาติไทยที่จะได้ลงสู้ศึก F1 ฤดูกาล 2019

อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของคนไทย ที่วันนี้เราได้มีนักแข่งรถสัญชาติไทยที่จะได้ไปลงสู้ศึกในสนามแข่งรถที่ใหญ่และเป็นอันดับ 1 ของโลกนั่นก็คือการแข่งรถฟอร์มูล่า 1 “อเล็กซานเดอร์ อัลบอน” คนนี้เป็นใคร เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับเค้าคนนี้กัน

ทำความรู้จักกับอเล็กซานเดอร์ อัลบอน       

                อเล็กซานเดอร์ อัลบอนเป็นนักแข่งรถลูกครึ่งไทย-อังกฤษ เกิดที่กรุงลอนดอนปัจจุบันอายุ 22 ปี ซึ่งล่าสุดได้เข้าร่วมการแข่งขันรถ FIFA Formula 2 Championship ฤดูกาล 2018 และได้เซ็นต์สัญญากับ Toro Rosso สำหรับการแข่งขัน Formula One World Championship ฤดูกาล 2019 เรียบร้อยแล้ว

จุดเริ่มต้นของการเป็นนักแข่ง

จุดเริ่มต้นการแข่งรถของอัลบอนเกิดขึ้นตั้งแต่เขาอายุยังน้อยโดยเริ่มจากการเป็นนักแข่งรถโกคาร์ทตั้งแต่ปี 2006 – 2010 และถือเป็นนักแข่งที่ประสบความสำเร็จในรายการแข่งขันมากมาย ได้แก่ รายการ Super  Honda National Championship ตั้งแต่ปี 2006 -2009 มาจนถึงรายการ 2010 European Championship โดยได้รับการสนับสนุนจากพ่อซึ่งเคยเป็นอดีตนักแข่งรถเช่นเดียวกัน หลังจากนั้นเขาก็ได้ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีม Red Bull Junior ในปี 2012 และได้รับการเลื่อนขั้นให้เป็นนักแข่งสำหรับฤดูกาล Eurocup Formula Renault 2.0 2012 และเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 38 จากทั้งหมด 49 คัน หลังจากนั้นในปี 2015 อัลบอนก็ได้ย้ายมาลงแข่งในสนามที่ใหญ่ขึ้นคือ European Formula 3 แล้วแสดงความสามารถเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 7 หลังจากนั้นอีก 1 ปีต่อมาอัลบอนก็ได้เซ็นต์สัญญากับ ART ในการแข่งขัน GT3 Series และได้แชมป์โดยเขาทำหน้าที่เป็นนักแข่งคนที่ 2 ของทีมและล่าสุดในปี 2018 เขาก็ได้เข้าร่วมการแข่งขัน FIFA Formula 2 Championship และเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 10 ซึ่งถือเป็นผลงานที่ไม่เลวสำหรับการเข้าร่วมแข่งขันเป็นปีแรก และได้ทำการเซ็นต์สัญญาเพื่อร่วมเป็นหนึ่งในนักแข่งของทีม Nissan edams สำหรับการแข่งขัน Formula E ฤดูกาล 2018-2019

การเซ็นต์สัญญาเพื่อร่วมแข่งรถสูตรหนึ่ง

                เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมาได้รับการยืนยันว่าอัลบอนได้รับการปล่อยตัวจากสัญญาของ Nissan edams ที่เซ็นต์ไว้และในวันเดียวกันนั้นเองเขาก็ได้เซ็นต์สัญญาเข้าร่วมทีมกับ Toro Rosso เพื่อลงแข่งขันในสนาม Formula 1 ฤดูกาล 2019 อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ซึ่งถือเป็นการกลับมาร่วมงานกับสปอนเซอร์หลักอย่าง Red Bull อีกครั้ง

การเซ็นต์สัญญาครั้งนี้ทำให้อเล็กซานเดอร์ อัลบอนถือเป็นนักแข่งสัญชาติไทยคนที่ 2 ที่สร้างประวัติศาสตร์การลงแข่งในสนามรถสูตร 1 ถือเป็นความภูมิใจของชาวไทยที่มีนักแข่งสามารถก้าวสู่ทัวร์นาเมนท์การแข่งรถระดับโลกได้ ใครเป็นแฟนมอเตอร์สปอร์ตก็อย่าลืมคอยเชียร์และเป็นกำลังใจให้กับอเล็กซานเดอร์ อัลบอน หนุ่มลูกครึ่งไทยอังกฤษคนนี้กันด้วย