รถธรรมดาที่ควรค่าแก่การฝึกดริฟท์

การดริฟท์เป็นกีฬามอเตอร์สปอร์ตอีกประเภทหนึ่ง ที่มีการจัดการแข่งขันขึ้นกันอย่างแพร่หลาย โดยใช้รูปแบบสนามการแข่งขันด้วยทางโค้ง และใช้ทักษะการควบคุมรถให้หมุนเป็นวงเข้าไลน์เส้นโค้งถนน การขับบนถนนสายดริฟท์นี้มีจุดเริ่มต้นมาจากประเทศญี่ปุ่น จากการแข่งขันกันบนภูเขาตามชนบท

ในความจริงรถธรรมดาทุกคันสามารทำการดริฟท์ได้หมือนรถที่ใช้แข่งขันในการดริฟท์ทั่วไป ขึ้นอยู่กับทักษะของผู้ขับว่าสามารถจะควบคุมให้มันทำการดริฟท์ได้มากน้อยแค่ไหน แต่ถึงแม้จะทำได้เหมือน ก็ไม่สามาถที่จะทำได้ดีเท่ากับรถที่เอาไว้ใช้สำหรับในการแข่งในสนามโดยเฉพาะ ส่วนที่รถธรรมดาสามารถดริฟท์ได้นั้น เกิดจากรถที่ผู้ผลิตสร้างมาให้ไว้แก้ปัญหาสำหรับการทรงตัวในเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ หรือสูญเสียการทรงตัวจากปัจจัยต่าง ๆ

ปัจจุบันได้มีการนำรถธรรมดาทั่วไปมาปรับแต่งให้เหมาะกับการแข่งขันในการดริฟท์มากขึ้น สำหรับผู้ที่ต้องการเรีบนรู้ทักษะการดริฟท์ โดยเริ่มต้นจากมองหารถธรรมดา น้ำหนักประมาณ 1.3 ตัน และใช้กำลังขับเคลื่อนจากด้านหลัง มีกำลังเครื่องยนต์ประมาณ 200 แรงม้าขึ้นไป พอที่จะทำให้ล้อสามารถปัดเป็นวงตามไลน์โค้งได้ นอกจากนี้การเลือกรถที่หาอะไหล่ช่วงล่างเปลี่ยนได้ง่าย จะทำให้ประหยัดในการตกแต่ง และซ่อมแซมมากกว่ารถที่หาอะไหล่เปลี่ยนยาก ส่วนตัวเครื่องสำหรับรถดริฟท์ โดยส่วนใหญ่จะไปหาเครื่องมาวางเข้าไปใหม่ โดยมีแบบเครื่องที่นิยม คือ อาร์บี เจวัน เจทู เอสอาร์ 20 ฝาแดง ฝาดำ เป็นเครื่องยนต์ที่เหมาะสำหรับการดริฟท์มากที่สุด เกียร์ที่ใช้ในการฝึกและทำการแข่งสำหรับนักขับดริฟท์ เกียร์ธรรมดาจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า เพราะทำให้เทคนิคในการเข้าทำไลน์ สามารถทำได้อย่างหลากหลายแนวทางและมีความสวยงาม ซึ่งเกียร์ออโต้ก็สามารถใช้ในการทำดริฟท์ที่สวยงามได้ แต่จะไม่สามารถใช้ในเทคนิคบางอย่าง ที่เป็นการลือกเข้าทำแบบจังหวะแบบเกียร์ธรรมดาได้ ในเรื่องของยางรถ สำหรับผู้ที่อยู่ในเบื้องต้น ให้ใช้ยางเปอร์เซ็นต์เท่าไหร่ก็ได้ในการฝึก ให้มีทักษะพอลงแข่งได้ก่อน ถึงค่อยขยับไปใช้ยางสำหรับแข่งจริง แค่นี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการที่มีรถธรรมดาที่ควรค่าแก่การฝึกดริฟท์เบื้องต้นแล้ว

ข้อควรระวังหลังจากที่ได้แปลงโฉมรถอย่างเต็มสูตรในการดริฟท์แล้ว ก็คือการนำรถออกไปใช้บนถนนปกติ เพราะหลังจากที่มีการปรับแต่งเพื่อใช้แข่งขันแล้ว ช่วงล่างและท้ายจะถูกเซตให้มีการปัดเป็นวงได้ง่าย เมื่อเวลาเข้าโค้งหรือยูเทิร์นรถด้วยความเร็ว อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุตามมา แต่ถ้ายังอยู่ในช่วงปรับแต่งเบื้องต้นในการวางเครื่อง และรถที่มีกำลังขับเคลื่อนหลังปกติเท่านั้น ก็สามารถขับได้อย่างปกติ แต่ก็ต้องระมัดระวังการในการขับรถยนต์ไว้ทุกเมื่อ เพื่อจะได้มีเวลาสำหรับตลุยความมันของกีฬามอเตอร์สปอร์ตยาวนานมากขึ้น