Aston Martin เปิดตัวรถรุ่นใหม่ 2019 Aston Martin Valkyrie

ใครที่กำลังสนในข่าวคราวการเปิดตัวของค่ายรถสปอร์ตระดับโลกรุ่นใหม่ รับรองว่าจะไม่ผิดหวังหากคุณติดตามเว็บไซต์ของเรา เพราะวันนี้เราได้นำเอารถรุ่นใหม่ล่าสุดจากค่าย Aston Martin ที่จะวางจำหน่ายในปี 2019 มาฝากกัน

2019 Aston Martin Valkyrie

2019 Aston Martin Valkyrie จัดเป็นรถสปอร์ตไฮเปอร์คาร์ที่ไม่เหมือนใคร ด้วยเครื่องยนต์ V12 ที่จัดเป็นเครื่องยนต์ที่มีสมรรถนะสูงสุดที่สามารถสร้างความตื่นเต้นและเร้าใจให้กับแฟน ๆ รถสปอร์ตได้เป็นอย่างดี

Cosworth บริษัทวิศวกรรมยักษ์ใหญ่ที่เป็นผู้พัฒนาเครื่องยนต์ยืนยันว่าเครื่องยนต์ V12 ของ Valkyrie เป็นเครื่องยนต์ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 1,000 แรงม้าและสามารถทำรอบได้สูงสุดถึง 10,500 รอบต่อนาที ไม่เพียงเครื่องยนต์ที่ออกแบบมาให้มีศักยภาพเหมือนรถแข่งเท่านั้นรูปแบบการดีไซน์ของรถคันนี้ยังถูกออกแบบมาให้เหมือนกับรถแข่งอีกด้วย พร้อมกับการติดตั้งระบบให้สามารถควบคุมการปล่อยมลพิษตามกฎของ World Master Test

Cosworth ตั้งเป้าไว้ว่าเครื่องยนต์ของรถคันนี้จะสามารถรองรับการใช้งานได้ถึง 100,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมงสำหรับผู้ขับขี่ที่ดูแลรักษารถยนต์คันนี้เป็นประจำ อีกทั้งระบบ Hybrid ซึ่งเป็นจุดเด่นของรถคันนี้ยังเป็นปัจจัยที่ช่วยขับเคลื่อนการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ช่วยขับเคลื่อนเครื่องยนต์ได้เป็นอย่างดี

การออกแบบภายนอกและภายในรถ

                รูปลักษณ์ของรถรุ่นนี้เป็นผลงานการออกแบบของ Adrian Newey ผู้ออกแบบรถแข่งที่ทีม RedBull ใช้ในการแข่งขัน Formula 1 ซึ่งเคยคว้าแชมป์มาแล้วหลายสมัย และได้เอาชื่อรถ Valkyrie มาตั้งเป็นชื่อรุ่นของรถยนต์ Aston Martin รุ่นใหม่นี้เช่นเดียวกัน เนื่องจากคุณสมบัติของรถไฮเปอร์คาร์ที่มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษอีกทั้งยังมีวงจรของเครื่องยนต์ที่มีความเร็วเทียบเท่ากับรถแข่ง F1

รถสปอร์ตที่มีลักษณะภายนอกแข็งแกร่งและแข็งกร้าวคันนี้ดูเหมือนว่าโครงรถจะไม่สามารถปกปิดตัวฐานของรถได้อย่างมิดชิด ท่ออากาศขนาดใหญ่ 2 ท่อที่อยู่ใต้โครงฐานทำหน้าที่ช่วยเพิ่มแรงกดในขณะที่รถวิ่งด้วยความเร็วสูงเช่นเดียวกับปีกขนาดเล็กที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งถูกติดตั้งไว้ที่กันชนด้านหน้า

การตกแต่งภายในเป็นการออกแบบที่ปราศจากความหรูหราใด ๆ แต่เน้นไปที่การทำให้รถมีน้ำหนักเบาเพื่อช่วยรักษาความเสถียรในการทรงตัวในขณะเข้าโค้งและเพื่อช่วยให้ประหยัดน้ำมันเป็นหลัก แต่สิ่งหนึ่งที่มีความหรูหราอย่างเหนือระดับก็คือจอดิจิตอล 2 จอที่อยู่บริเวณด้านหน้าคนขับ

สำหรับการวางจำหน่ายของ Aston Martin Valkyrie รุ่นปี 2019 นั้น ตอนนี้ได้มีการผลิตรถตัวอย่างสำหรับ Road Going Valkyrie และ Track – Only Valkyrie AMP Pro เพียงแค่ 150 คันเท่านั้น ซึ่ง Aston Martin กล่าวว่าในอนาคตจะมีการผลิตเพิ่มขึ้นหาก Aston Martin Valkyrie รุ่นปี 2019 ได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการของตลาด ส่วนเรื่องราคาตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยออกมา แต่แน่นอนว่ารถยนต์รุ่นนี้ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ซื้อเฉพาะกลุ่ม Hi End เท่านั้น

BMW 8 series Gran Coupe รถสปอร์ตมาแรงที่น่าจับตามองในปี 2019

หนึ่งในค่ายรถสปอร์ตที่ผู้ขับขี่สามารถซื้อมาใช้ขับบนท้องถนนได้ก็คือ BMW ที่ตอนนี้ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ที่น่าสนใจสำหรับปีหน้ากันเรียบร้อยแล้ว วันนี้เราจึงได้นำเอารถยนต์สปอร์ตสุดหรู BMW 8 series Gran Coupe รุ่นใหม่ปี 2019 มารีวิวถึงสมรรถนะทั้งภายในและภายนอกให้คนที่กำลังเลือกเล็งอยากได้รถสปอร์ตคันใหม่ได้พิจารณากัน

สเปคและรูปลักษณ์ภายนอก

                BMW 8 series Gran Coupe รุ่นใหม่ปี 2019 ได้รับการเปิดตัวเป็นครั้งแรกเรียบร้อยแล้วที่งานมอเตอร์โชว์ที่จัดขึ้นที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยในครั้งนี้เราได้เห็นการปรับโฉมครั้งใหม่ของรถรุ่นนี้ด้วยการออกแบบตะแกรงโครเมียมขนาดใหญ่เป็นโครงด้านนอก ขนาบข้างด้วยไฟหน้า LED แบบเพรียวบางที่มีเอกลักษณ์ในแบบฉบับของ BMW โดยเฉพาะ กันชนด้านล่างออกแบบมาในโมเดล M850i พร้อมระบบทำความเย็นแบบพิเศษที่ส่งตรงไปยังเครื่องยนต์และระบบเบรก

รถยนต์ BMW 8 series Gran Coupe 2019 จะให้คุณเข้าถึงสัมผัสของ BMW Series 8 อย่างแท้จริง ด้วยความยาวของตัวรถถึง 5 เมตร ทำให้ขนาดของประตูหลังค่อนข้างใหญ่ช่วยให้คนนั่งมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นเพื่อความปลอดภัยให้สามารถรองรับตัวรถที่มีโครงสร้างขนาดใหญ่ได้ รถคันนี้ยังมีล้ออัลลอยด์ที่มีขนาดใหญ่ถึง 20 นิ้วด้วย

การตกแต่งภายใน  

                BMW 8 series Gran Coupe ถูกออกแบบมาให้ผู้ขับขี่ใช้งานได้อย่างง่ายดาย รวมถึงความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารที่นั่งข้างหลัง รวมถึงขนาดภายในที่ออกแบบให้มีความกว้างขวางรองรับทุกอิริยาบถของผู้โดยสารได้เป็นอย่างดี ไม่คับแคบเหมือนรถสปอร์ตรุ่นอื่น ๆ พร้อมหน้าต่างบานเล็กด้านข้าง จอควบคุมด้านหน้ามีขนาดใหญ่พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งาน iDrive Control เพื่อให้คนขับสามารถควบคุมการทำงานต่าง ๆ และสามารถมองเห็นสถานะต่าง ๆ ของรถได้  

ศักยภาพที่เหนือกว่า

                ปิดท้ายด้วยเรื่องของสมรรถนะ รถยนต์สปอร์ต BMW 8 series Gran Coupe คันนี้จะมีให้เลือกทั้งแบบเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล พร้อมกระปุกเกียร์แบบอัตโนมัติ 8 สปีด ควบคู่กับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อและพวงมาลัยแบบ 4 ล้อเช่นเดียวกัน โมเดล M850i ให้ประสิทธิภาพสูงสุดด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.4 ลิตรแบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ความแรง 530 แรงม้า เพียงพอที่จะทำให้รถเก๋งขนาดใหญ่สามารถเร่งเครื่องจาก 0-62 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ในเวลาไม่กี่วินาที ด้วยแรงบิด 1,800 รอบต่อนาที และเนื่องจากการโหลดที่ต่ำลงทำให้รถยนต์สปอร์ตของ BMW รุ่นนี้สามารถประหยัดเชื้อเพลิงได้ 28.3 mpg

สำหรับราคาของ BMW 8 series Gran Coupe 4 ประตูคันนี้จะอยู่ที่ประมาณ 80,000 ปอนด์ ซึ่งหากจะเปรียบเทียบกับคู่แข่งในแวดวงรถสปอร์ตด้วยกันก็สามารถเทียบได้กับ Porsche Panama และ Mercedes CLS รุ่นไฮเอน สำหรับในประเทศไทย ราคาจะเปิดตัวที่เท่าไหร่ คงจะต้องติดตามกันอีกครั้งในช่วงกลางปี 2019

Ford GT และ Ford Mustang GT ความสำเร็จของรถยนต์สปอร์ตจากค่ายอเมริกัน

อีกหนึ่งค่ายรถจากอเมริกันที่ไม่ทำให้วงการรถสปอร์ตผิดหวังก็คือ ค่ายฟอร์ด กับรถทั้ง 2 รุ่นคือ Ford GT และ Ford Mustang GT ที่รถทั้ง 2 รุ่นได้รับการยอมรับในเรื่องของสมรรถนะและความสามารถ แต่ก็ยังมีหลายคนที่กำลังสงสัยว่ารถทั้ง 2 รุ่นนี้มีความแตกต่างกันยังไง เพราะดูเหมือนจะใกล้เคียงกันเหลือเกิน

Ford GT การกลับมาอีกครั้งของรถสปอร์ตจากค่ายฟอร์ด

ในปี 1966 ฟอร์ดได้มีการเริ่มผลิตรถสปอร์ตรุ่นแรกที่ชื่อว่า GT40 ขึ้นเพื่อใช้ในการแข่งขันซึ่งในครั้งนั้นซึ่งยังคงเป็นรองค่ายรถสัญชาติอิตาลี ซึ่งก็คือเฟอร์รารี่ ต่อมา ฟอร์ด GT ก็ได้ฟื้นคืนชีพกลับมาช่วงสั้น ๆ ในปี 2004 กับรถซูเปอร์คาร์ขนาดกลาง จนต่อมาในปี 2016 ค่ายฟอร์ดก็ได้ปลุกสมรรถนะและความสามารถกลับของรถสปอร์ตขึ้นมาอีกครั้งเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีของการผลิตรถสปอร์ตครั้งแรก

ปัจจุบัน Ford GT เป็นการพัฒนาโครงสร้างและสมรรถนะทั้งภายในและภายนอก โดยโครงสร้างภายนอกและแผงตัวถังทำมาจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ปีกหลังสามารถปรับให้สูงขึ้นและต่ำลงได้เพื่อช่วยหยุดรถ เครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตร กำลัง 647 แรงม้าพร้อมแรงบิด 550 ปอนด์-ฟุต ทำให้รถสปอร์ตคันนี้สามารถวิ่งได้ด้วยความเร็วสูงสุดที่ 216 ไมล์ต่อชั่วโมง ถึงแม้เสียงจะไม่กระหึ่มและมีเสน่ห์เท่าที่ควรก็ตาม

อัตราการเร่งที่รวดเร็วทำให้  Ford GT เป็นรถสปอร์ตที่สามารถตอบสนองการเร่งของผู้ขับขี่ได้อย่างรวดเร็วและฉับพลันอย่างหาได้ยากในรถซูเปอร์คาร์รุ่นอื่น ๆ อีกทั้งผู้ขับขี่ยังสามารถตั้งค่าโหมดเพื่อให้สามารถควบคุมการขับขี่ให้สะดวกสบายมากขึ้นได้อีกด้วย ถึงแม้ว่าการตกแต่งภายในจะไม่ได้หรูหราเหมือนรถสปอร์ตรุ่นอื่น ๆ ก็ตาม

Ford Mustang GT

สำหรับฟอร์ดมัสแตง เป็นการปรับปรุงและพัฒนาศักยภาพจากสิ่งที่ Ford GT ขาด ได้แก่ เสียงของระบบเกียร์ที่ผู้ขับขี่หลายคนอยากให้ GT มี ซึ่งถ้าย้อนกลับไปเริ่มต้นตั้งแต่ในอดีต Ford Mustang GT 1ได้เริ่มต้นผลิตมาตั้งแต่ปี 1965 โดยได้เพิ่มระบบดิสก์เบรก ไฟฝั่งคนขับ และรูปแบบลายเส้นรอบคันสไตล์รถสปอร์ต ต่อมาได้มีการพัฒนาสมรรถนะในเรื่องของขนาดแรงม้า จนมาถึงปัจจุบันฟอร์ดมัสแตงได้ถูกปรับปรุงให้กลายเป็นรถสปอร์ตที่มีสมรรถนะยอดเยี่ยม ด้วยเครื่องยนต์ 5.0 ลิตร V8 กำลังแรง 460 แรงม้า แรงบิด 420 ปอนด์-ฟุต พร้อมเกียร์ manual หรือเกียร์อัตโนมัติระบบใหม่แบบ 10 สปีด

ฟอร์ดมัสแตงมีข้อดีหลายข้อที่ทำให้เหนือกว่า Ford GT ได้แก่ ระบบควบคุม Smokey-burnout แบบอัตโนมัติ, ระบบการล็อคอิเล็กทรอนิกส์ ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกปลอดภัย อีกทั้งยังมีข้อได้เปรียบในเรื่องของความสะดวกสบาย สามารถขับขี่ได้อย่างนุ่มนวลมากขึ้นแบบที่สามารถใช้เป็นรถแบบขับประจำวันได้เลยทีเดียว

Ford เป็นอีกหนึ่งค่ายรถที่น่าจับตามองทั้งในสนามแข่งและในตลาดรถสปอร์ตซูเปอร์คาร์ไม่แพ้ค่ายรถจากในยุโรป สำหรับในอนาคตทั้ง Ford GT และ Ford Mustang GT จะพัฒนาก้าวหน้าและตอบโจทย์ขวัญใจรถสปอร์ตได้อีกมากน้อยแค่ไหน แฟน ๆ ค่ายฟอร์ดก็คงต้องติดตามกันต่อไป

Top 10 รถสปอร์ตที่ดีที่สุดของปี 2018 (ตอนที่ 2)

มาต่อกับรถยนต์สปอร์ตที่ได้ชื่อว่าเป็นรถที่ดีที่สุดในปี 2018 อีก 5 รุ่นกันจากตอนที่ 1 ที่ได้พูดถึงรถยนต์จากค่ายปอร์เช่, จากัวร์, โลตัส, BMW และนิสสันกันมาแล้ว

  • Lexus LC ด้วยสมรรถนะของเครื่องยนต์ V8 ทำให้ Lexus LC เป็นรถยนต์สปอร์ตที่มีเสน่ห์ยอดเยี่ยมพร้อมกับความสมดุลและความกระฉับกระเฉงในการขับขี่ ทำให้รู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติของ Jaguar F-Type หรือ Porches 911 ได้ดี แต่ Lexus LC ก็ยังถือเป็นรถสปอร์ตรุ่นที่ค่อนข้างใหญ่เมื่อขับขี่อยู่บนท้องถนน
  • Chevrolet Corvette Stingray รถรุ่นนี้ถือเป็น Super Car รุ่นเก่าแก่ที่มีเครื่องยนต์ที่มีแรงดึงตามธรรมชาติด้วยเกียร์ธรรมดาและการขับเคลื่อนล้อหลัง เสียงของ Chevrolet Corvette Stingray ถือเป็นซาวน์แบบดั้งเดิมและดังกระหึ่มพร้อมการตกแต่งภายในที่ดีเยี่ยม ถือเป็นรถรุ่นที่มีศักยภาพและสามารถสร้างความสนุกสนานสำหรับการใช้งานของผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี
  • Maserati GranTurismo มาเซราติรุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้มีความซับซ้อนมากขึ้น แต่ก็ยังคงมีข้อบกพร่องในเรื่องความสมบูรณ์แบบของการเป็นรถยนต์สปอร์ตที่ยังสามารถพัฒนาให้มีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นกว่านี้ได้อีก แต่ถึงอย่างไรก็ตาม Maserati GranTurismo รุ่นนี้ก็ยังคงได้รับการจัดอันดับให้เป็นรถสปอร์ต 1 ใน 10 รุ่นที่ดีที่สุดของปี 2018 อยู่ดี เพราะคุณไม่มีทางผิดหวังอย่างเด็ดขาดเมื่อเลือกซื้อเป็นเจ้าของรถสปอร์ต Maserati GranTurismo
  • Alfa Romeo 4C รถยนต์อัจฉริยะที่สามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้ขับขี่ได้อย่างยอดเยี่ยม ถึงแม้บางคนจะบอกว่าปอร์เช่เหมือนการพัฒนาที่สมบูรณ์แบบของ Alfa Romeo ก็ตาม เนื่องจาก Alfa Romeo 4C ยังคงมีความบกพร่องในส่วนของความเป็นรถสปอร์ตอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ก็ถือเป็นรถที่เป็นมิตรกับผู้ใช้ให้ผู้ใช้สามารถขับขี่ได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังมีกลุ่มผู้ใช้แบบเฉพาะเจาะจงที่เรียกว่าแฟนพันธุ์แท้ที่เหนียวแน่นที่ไม่ได้สนใจเรื่องสมรรถนะหากจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับปอร์เช่แต่อย่างใดเพราะ Alfa Romeo มีความโดดเด่นที่แตกต่างอย่างแท้จริงที่ทำให้ผู้ขับขี่ประทับใจรถสปอร์ตยี่ห้อนี้มาอย่างยาวนาน
  • Morgan Plus 8 ถึงแม้หลายคนจะยังไม่ชอบรูปทรงของรถสปอร์ตคันนี้ก็ตาม อีกทั้งยังมองว่าสมรรถนะยังไม่สมกับราคา 80,000 ปอนด์ แต่ Morgan Plus 8 ก็ยังติดอยู่ในอันดับ 10 ของรถสปอร์ตที่ดีที่สุดในปีนี้อยู่ดี

ถึงแม้รถสปอร์ตทั้ง 10 รุ่นที่กล่าวมาทั้งในตอนที่ 1 และตอนที่ 2 จะได้ชื่อว่าเป็นรถสปอร์ตที่ดีที่สุดแห่งปี 2018 แต่ข้อสำคัญในการเลือกซื้อรถก็คือ ต้องเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานและต้องเป็นรถที่คุณสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกและง่ายดายที่สุดต่างหาก สำหรับปี 2019 จะมีรถยนต์รุ่นไหนจากค่ายใดที่มาแรงและน่าสนใจกันบ้าง ก็คงต้องติดตามกันต่อไป รวมถึงสนนราคาว่าจะแรงแค่ไหนก็คงต้องรอดูเช่นกัน

Top 10 รถสปอร์ตที่ดีที่สุดของปี 2018 (ตอนที่ 1)

ก่อนจะลากันไปในปี 2018 วันนี้เราได้นำเอาเรื่องราว 10 อันดับของรถสปอร์ตที่ได้ชื่อว่าเป็นรถยนต์ที่ดีที่สุดของปีนี้มาฝากกัน จะมีค่ายรถจากแบรนด์ไหนกันบ้าง ไปดูกันเลย

  1. Porsche 911 Carrera รถยนต์ปอร์เช่สปอร์ต 911 ที่ได้รับการปรับปรุงสมรรถนะให้เร็วและแรงกว่าเก่า พร้อมการติดตั้งระบบเทอร์โบ ระบบหล่อเย็นและระบบพวงมาลัยไฟฟ้าอัจฉริยะ ทำให้ปอร์เช่ 911 ถูกจัดเป็นรถยนต์สปอร์ตที่ดีที่สุดแห่งปี 2018
  2. Jaguar F-Type รถยนต์จากัวร์รุ่น F-Type เป็นรุ่นที่พิสูจน์ได้ว่าค่ายรถจากัวร์เป็นอีกหนึ่งในค่ายรถที่มีความสามารถในการผลิตรถยนต์สปอร์ตได้อย่างแท้จริงเหมือนกับค่ายรถเยอรมันเจ้าอื่น ๆ ซึ่งทำให้รถยนต์รุ่นนี้มีเสน่ห์และคุ้มค่ากับการเป็นเจ้าของอย่างไม่น่าเชื่อ และถึงแม้ว่า Jaguar F-Type จะไม่ได้เป็นรถยนต์สปอร์ตที่มีความโดดเด่นมากมายแถมยังมีข้อบกพร่องหลายอย่าง แต่รถยนต์รุ่นนี้ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างแบรนด์ของจากัวร์อีกครั้งในศตวรรษที่ 21 อีกทั้งยังได้ชื่อว่าเป็นรถที่สร้างแรงบันดาลใจในการขับขี่และยังรักษาตำนานของผู้ผลิตรถสปอร์ตไว้ได้เป็นอย่างดี ถึงจะไม่สมบูรณ์แบบแต่ก็ยังคงยอดเยี่ยม
  3. Lotus Evora เป็นรถยนต์สปอร์ตที่ไม่จำเป็นต้องมีคำถามหรือข้อสงสัยในเรื่องของสมรรถนะ และถึงแม้ว่าลูกค้าจะมีความต้องการรถที่มีสมรรถนะสูงกว่า แต่ในปัจจุบันก็ยังไม่มีรถรุ่นที่มีสมรรถนะด้านไดนามิกที่สูงกว่ารถรุ่นนี้ออกมาวางจำหน่าย Lotus รุ่น Evora ถือเป็นการวางเกณฑ์มาตรฐานของรถยนต์สปอร์ตในการที่จะทำให้รถสามารถทรงตัวและผู้ขับขี่สามารถบังคับพวงมาลัยได้ในขณะที่รถกำลังขับเคลื่อนด้วยความแรง 410 แรงม้า
  4. BMW I8 หนึ่งในรถยนต์สปอร์ตรุ่นที่น่าสนใจมากที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา ไม่เฉพาะสมรรถนะและความแรงในการขับขี่เท่านั้นแต่ทั้งรูปลักษณ์ภายในและภายนอกยังได้ถูกออกแบบมาด้วยความประณีตสวยงามแต่แฝงไปด้วยความเรียบง่าย ทำให้ BMW I8 สามารถแบ่งยอดขายจาก Porsche 911 ไปได้โดยไม่ต้องสงสัย ทั้ง ๆ ที่ i8 เสียเปรียบเล็กน้อยในเรื่องความสมดุลของรถสปอร์ต
  5. Nissan GT-R เป็นรถรุ่นที่ให้ความเร็วและแรงได้อย่างคุ้มค่าสมกับราคา 100K ปอนด์ และไม่ใช่เฉพาะเรื่องความเร็วที่เยี่ยมยอดแต่เพียงอย่างเดียว แต่ Nissan GT-R ยังเป็นรถสปอร์ตจากญี่ปุ่นที่มีพร้อมความหรูหราและอุปกรณ์ภายในที่มีประสิทธิภาพที่แตกต่าง อีกทั้งระบบดิจิตอลของรถคันนี้ยังถูกออกแบบมาให้มีเสน่ห์มากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

สำหรับรถอีก 5 รุ่นที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นรถสปอร์ตที่ดีที่สุดของปี 2018 จะเป็นรถยนต์จากค่ายใด ติดตามต่อได้ใน Top 10 รถสปอร์ตที่ดีที่สุดของปี 2018 (ตอนที่ 2)

เปิดตัว Porsche 911 New 2019   

ปิดท้ายปี 2018 เตรียมรับปีหน้าฟ้าใหม่สำหรับวงการรถสปอร์ตกับเจ้าแห่งความเร็ว แรง และความหรูระดับพรีเมี่ยมอย่างปอร์เช่ ที่เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดพร้อมรับปี 2019 กับ Porsche 911 ที่มาพร้อมสมรรถนะและความแรง รถยนต์สปอร์ตจากค่ายดังระดับโลกรุ่นนี้จะมีอะไรใหม่ที่น่าตื่นเต้นกันบ้าง เราไปดูกันเลย

Generation ที่ 8 ของรถสปอร์ตจากปอร์เช่

                Porsche 911 รุ่น New 2019 นี้เป็นการเปิดตัวรถยนต์สปอร์ตจากค่ายปอร์เช่ที่มีรูปทรงเป็นเอกลักษณ์ไม่ต่างจากเดิมมากนัก แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือเครื่องยนต์เบนซินแบบเทอร์โบ 6 สูบที่ปรับปรุงใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้การเปิดตัวรถยนต์ปอร์เช่รุ่นใหม่รุ่นนี้ถือเป็นไฮไลท์ของงานมอเตอร์โชว์ที่เมืองลอสแอนเจลิส เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่าน

สมรรถนะของ Porsche 911 (992)

                เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบเป็นการปรับปรุงเครื่องยนต์ใหม่ในรูปแบบแนวนอนโดยมีกระบวนการฉีดเชื้อเพลิงแบบใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงรถรุ่นใหม่โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้เทียบเท่าได้กับรถ 2 ประตูของค่ายคู่แข่งอื่น เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จขนาด 3 ลิตรที่ติดตั้งอยู่ด้านหลังของตัวรถมีพลังแรงมากกว่ารุ่นก่อนเล็กน้อย สามารถใช้ได้ทั้งกับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีดมาตรฐานเกียร์อันโนมัติแบบ 8 จังหวะใหม่ได้

ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง Carrera S และ ระบบขับเคลื่อนแบบ 4 wheel drive Carrera 4S เป็นระบบขับเคลื่อนใหม่ที่ให้กำลังแรงม้ามากกว่าเดิม 30 แรงม้า เป็น 444 แรงม้า พร้อมการปรับเกียร์โฉมใหม่ของเกียร์คลัชคู่ที่ทำให้ประหยัดเวลาในการขับเคลื่อนได้มากกว่าเดิม 0-62 ไมล์ต่อชั่วโมง ซึ่งทำให้สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ Porsche 911 หรือรุ่น 992 ตามชื่อเรียกรหัสใหม่ยังออกแบบให้ด้านหลังของรถมีการปรับปรุงเรื่องการกระจายน้ำหนัก ปีกด้านหลังมีความกว้างมากกว่า กันชนมีองค์ประกอบที่โดดเด่นกว่า ฝากระโปรงยาวและมีการไล่ชั้นเชิงมากขึ้น ฐานล้อกว้างกว่าเดิมเล็กน้อย มิติภายนอกทั้งหมดมีขนาดใหญ่กว่ารุ่นก่อนหน้า

ภายในห้องโดยสารเป็นการปรับปรุงโดยได้รับแรงบันดาลใจมากจาก Porsche 911 ยุค 70’s มาพร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นใหม่พร้อมระบบตอบรับการหมุนรอบตัวของโหมด Sport ที่ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนโหมดการขับได้ หน้าปัดห้าเหลี่ยมที่จะแสดงข้อมูลดิจิตอลทั้งหมดให้ผู้ขับขี่ทราบ และหน้าจอระบบสัมผัสเพื่อช่วยให้สามารถจัดการข้อมูล เชื่อมต่อฟังก์ชั่นต่าง และมีระบบนำทางแบบออนไลน์ที่สามารถเปิดใช้งานได้ทันที พร้อมชุดเกียร์แบบใหม่ ชุดสวิตซ์เบรกมืออิเล็กทรอนิกส์ และสวิตซ์แบบสัมผัสเพื่อเปลี่ยนฟังก์ชั่นต่าง ๆ และแอปพลิเคชั่นพิเศษ 3 แอปจาก Porsche คือ Porsche Roadtrip ตัวช่วยการนำทางจากปอร์เช่ Porche Impact การคำนวณผลจากการที่รถปล่อยสาร Co2 ออกไป และ Porsche 360+ ตัวช่วยในการบริหารจัดการชีวิตส่วนตัวของผู้ขับขี่

หากใครสนใจ Porsche 911 ปัจจุบันในต่างประเทศได้เริ่มให้มีการเปิดจองแล้ว 2 รุ่นคือ Carrera S และรุ่น 4S ที่มาพร้อมกระปุกเกียร์ PDK สนนราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 93,110 – 98,418 ปอนด์ ซึ่งจะเริ่มรับรถได้ปีหน้า แต่สำหรับราคาจำหน่ายในเมืองไทยก็ต้องติดตามกันต่อไป

5 อันดับรถที่เร็วที่สุดในโลก ปี 2018 ราชาหวนคืนบัลลังก์

ความเร็วมักเป็นสิ่งที่พูดกันเสมอเวลาพูดถึงเรื่องของรถยนต์ ล้วนเป็นคำถามแรกที่เกิดขึ้นสำหรับผู้มีความชื่นชอบ รัก และหลงใหลในรถยนต์ จึงมีการปรับเปลี่ยน ปรุงแต่งและพัฒนาระบบเครื่องยนต์ให้มีความเร็วมากขึ้นในทุกปี เราลองมาดูเหล่ารถยนต์ที่ถูกผลิตขึ้นให้เป็นเจ้าแห่งความเร็ว ด้วย 5 อันดับรถที่เร็วที่สุดของโลก

อันดับที่ 5  Bugatti Veyron Grand Sport Vitesse La Finale  ความเร็ว 430 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บูกัตติ ค่ายรถยนต์จากฝรั่งเศส สัญชาติ อิตาลี เจ้าของสมญานามค่ายรถยนต์แรงและรวดเร็วที่สุดในโลก ทำการผลิตรถรุ่นสุดท้ายของ รหัสตระกูลเวรอน มาทำสถิติพิชิตความเร็ว 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงในภายในเวลา 2.6 วินาที และทำความเร็วได้ 430 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้กลายเป็นรถที่เร็วที่สุดในโลก สมกับการปิดฉากรถรุ่นตระกูลนี้ ตามชื่อแบบ “ฟินาเล่”

อันดับที่ 4 Hennessey Venom GT ความเร็ว 435 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เฮนเนสซี เวนอม จีที ผู้โค่นล้มสถิติเจ้าแห่งความเร็วรายแรก ค่ายรถยนต์สัญชาติอเมริกา กลายมาเป็นรถที่เร็วที่สุดในโลก แทน บูกัตติ เวรอน และยังได้รับการบันทึกลงกินเนสส์บุ๊ค ในฐานะรถที่ทำความเร่งเร็วที่สุดในโลก ในช่วง 0 – 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเฉลี่ย 13.63 วินาที อย่างเป็นทางการ แม้ยังไม่ได้ถูกจดว่าเป็นรถที่มีความเร็วสูงที่สุดในโลกอย่างเป็นทางการกับกินเนสส์บุ๊ค แต่หลายสายตาที่ได้เห็นจากการทดสอบบนรันเวย์กระสวยอวกาศ ของสถาบันอวกาศ เคนเนดี้ เป็นสิ่งที่บอกว่า ฟินาเล่ รถที่เร็วที่สุดในโลก ได้ถูกโค่นล้มเรียบร้อยแล้ว

อันดับที่ 3 Koenigsegg Agera RS Gryphon ความเร็ว 443 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขุมทองคำจากสวีเดน ที่กลายมาเป็นเจ้าแห่งความเร็วที่สุดในโลก เปิดตัวครั้งแรกที่ เจนีวา มอเตอร์โชว์ ด้วยกำลังเครื่อง 1,360 แรงม้า ซึ่งเจ้าของรถชาวอเมริกันที่ซื้อไป ได้นำไปทดสอบความเร็ว เพื่อที่จะวัดว่ารถไปได้เร็วสุดเท่าไหร่ โดยทำการปิดถนนยาว 11 ไมล์ที่รัฐ เนวาดา และสถิติที่ได้คือ 457 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เกินคำการันตี จึงทำต่ำแหน่งรถที่มีความเร็วที่สุดในโลก ของ เฮนเนสซี และ บูกัตติ เวรอน ตกหล่นไปตามลำดับยุคสมัย

อันดับที่ 2 Koenigsegg Agera One:1 ความเร็ว 451 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อาเกียรา วัน ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อฉลองครบรอบการก่อตั้งบริษัทครบ 20 ปี และได้พัฒนาให้เป็น ดิ วัน สมตามชื่อ ก้าวข้ามความเร็วอย่างบูกันติ เวรอน ถึง 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จึงทำให้ คอนิกเส็ก วัน กลายเป็นรถที่มีเครื่องยนต์กำลังสูงกว่า 1 เมกะวัตต์ คันแรกของโลก หรือเรียกว่า เมกาคาร์

อันดับที่ 1 Bugatti Chiron ความเร็ว 463 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การกลับมาครั้งนี้ของบูกันติ กลับมาพร้อมกับ บูกัตติ ชิรอน รถไฮเปอร์คาร์ 1,500 แรงม้า ซึ่งวิวัฒนาการมาจาก บูกัตติ เวรอน รถที่มีความเร็วที่สุดในโลกในครั้งอดีต กลับมาเป็นค่ายรถที่ทรงพลังที่สุดในโลกยนตรกรรมอีกครั้ง  ด้วยสถิติใหม่ 463 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และการเร่งความเร็ว 0 – 400 กิโลเมตรในเวลา 42 วินาที

บัดนี้ราชาจากแดนน้ำหอมได้แสดงให้เห็นแล้วว่า ตัวเองพร้อมเร็วที่สุดในโลก ได้กลับมารับมงกุฎ นั่งบนบัลลังก์เจ้าแห่งความเร็วอีกครั้ง จะเป็นราชาจนกว่าจะมีใครหรือความเร็วใดมาแย่งชิงความเร็วบนถนนสายนี้อีกครั้ง

 

รถหรูมาแรง ประจำปี 2018

หากพูดถึงงานอดิเรกหรือของสะสม แต่ละคนอาจมีภาพในความคิดแตกต่างกัน บางคนชอบเล่นเกม Fun88 หวย บางคนแข่งรถเป็นงานอดิเรก และคงมีหลายคนที่ชอบสะสมรถหรูและชื่นชอบในความเร็ว วันนี้ขออัพเดต 3 รถหรูมาแรง ประจำปี 2018

เริ่มที่ โรลส์-รอยซ์ รถยนต์ซูเปอร์ อัลตร้า ลักเซอรี่ ที่อยู่ในใจหลายคน ที่นอกจากความหรูในทุกด้านแล้ว ยังเป็นรถที่แสดงความเป็นบิลเลี่ยนแนร์ได้เป็นอย่างดี ปี 2018 นี้ โรลส์-รอยซ์ ได้ออกโมเดลใหม่ “นิว แฟนธอม” ที่มีโครงสร้าง Spaceframe มีน้ำหนักเบา แข็งแกร่ง เงียบ ช่วยให้การขับขี่เป็นไปอย่างนุ่มนวล เครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.75 ลิตร แบบอัดอากาศเทอร์โบคู่ แรงบิดต่ำสุด 900 นิวตัน-เมตร 1,700 รอบ/นาที ที่ให้กำลังสูงสุด 563 แรงม้า ทำให้สามารถวิ่งได้เงียบแม้ใช้ความเร็วต่ำ ไร้การกระตุกของเครื่องเมื่อเร่งความเร็ว ติดตั้งระบบส่งกำลังแบบ Satellite Aided Transmission ทำงานผสานกับเกียร์รุ่น ZF 8 สปีด มีกล้องที่ติดตั้งไว้กับกระจกหน้ารถ เพื่อให้มองเห็นถนนข้างหน้าในระยะไกล ทำให้ตัวรถสามารถปรับค่าระบบกันสะเทือนล่วงหน้า

2. Porsche 911 GT3 RS ถูกสร้างมาเพื่อเป้าหมายที่ชัดเจนคือการเป็นเจ้าสนามความเร็ว มีโครงสร้างตัวถังและระบบช่วงล่างสไตล์รถแข่ง เครื่องยนต์กระบอกสูบขนาด 4.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 520 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ภายใน 3.2 วินาที ให้ความเร็วสูงสุด 312 กม./ชม. มีระบบช่วยเลี้ยวล้อหลัง rear axle steering ออกแบบเพื่อเน้นความแม่นยำเป็นพิเศษ โครงสร้างน้ำหนักเบา โดดเด่นด้วยปีกหลังทรงสูงแบบคลาสสิก ภายในห้องโดยสาร ประกอบด้วยเบาะนั่ง full bucket seats ผลิตจากวัสดุคาร์บอนมีคุณสมบัติดีทั้งในแง่ของความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการใช้งาน เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง แผงประตูน้ำหนักเบาติดตั้งตาข่ายยึดสัมภาระ และมือเปิดแบบ opening loops เครื่องยนต์เบนซินขนาดความจุ 4.0 ลิตร 6 สูบ กำลังสูงสุด 520 แรงม้า ส่งผลให้กำลังเพิ่มขึ้นถึง 20 แรงม้า สามารถเร่งรอบการทำงานได้สูงสุดถึง 9,000 รอบ/นาที ระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ PDK

สุดท้าย Ferrari Portofino รถสปอร์ตหรู หลังคาแข็งเปิดประทุนแบบ Retractable ที่นอกจากความใหม่แล้ว ยังเป็นรุ่นที่เข้ามาแทนที่ California T อีกด้วย มีความยาวตัวถังอยู่ที่ 4,586 มม. x กว้าง 1,938 มม. x สูง 1,318 มม. มีกระจังหน้าสีดำ ช่องดักอากาศขนาดใหญ่ ชุดไฟหน้า Full-LED ทรงบูมเมอแรง ชุดไฟท้ายทรงกลมที่เป็นซิกเนเจอร์ มีเครื่องยนต์ V8 ระบบอัดอากาศ Turbocharged ความจุ 3,855 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 600 แรงม้า 7,500 รอบ/นาที แรงบิด 760 นิวตัน-เมตร 3,000 – 5,250 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด Dual- Cluth อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 3.5 วินาที พร้อมความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 320 กม./ชม. พวงมาลัยพาวเวอร์ ระบบช่วงล่างแบบ Magnetorheological Damping System อัพเกรดสปริงแบบ Dual-Coil Technology เพื่อลดอาการโคลงของตัวถัง และดูดซับแรงสั่นสะเทือนจากพื้นถนน ภายในมีจออินโฟเทนเมนต์แบบสัมผัสขนาด 10.2 นิ้ว มีจอแยกฝั่งผู้โดยสาร เบาะนั่งหลังมีเนื้อที่วางขากว้างขึ้น แต่ก็ไม่น่าจะได้ใช้ประโยชน์ เพราะรถแบบนี้ คงไม่นั่งเกิน 2 คนแน่ๆ

Lamborghini รถยอดนิยมเหล่ามหาเศรษฐี ติดอันดับโลก

Lamborghini รถยอดนิยมเหล่ามหาเศรษฐี ติดอันดับโลก

                เมื่อพูดถึงรถสปอรต์หรูที่มีราคาแพงอันดับต้น ๆ ของโลก หนึ่งในนั้นก็คือรถสปอร์ตยี่ห้อ Lamborghini (ลัมโบร์กินี) วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับรถยนต์ค่ายนี้ให้ดียิ่งขึ้น และรับรองว่าข้อมูลและเกร็ดความรู้ที่เราได้นำมาบอกกัน จะทำให้คุณหายสงสัยได้ว่าทำไมรถสปอร์ตยี่ห้อนี้ ถึงได้มีราคาแพงขนาดนี้

Lamborghini (ลัมโบร์กินี) เป็นอีกหนึ่งในรถยนต์สัญชาติอิตาลี เช่นเดียวกับ Ferrari ที่ทั้งสองค่ายนี้เป็นคู่แข่งที่สำคัญกัน และได้ชื่อว่าเป็นรถที่มีความเร็วพร้อมกับความหรูในระดับเทียบเท่ากัน และด้านล่างนี้ คือ รุ่นต่าง ๆ ของรถยนต์ Lamborghini ที่เรานำมาแนะนำกัน

  • Lamborghini Aventador (ลัมโบร์กินี อะเวนตาโด) เป็นรถยนต์นั่งสมรรถนะสูง ออกแบบมาให้มีรูปทรงแบบ 2 ประตู 2 ที่นั่ง เครื่องยนต์กลางลำหลัง ขับเคลื่อน 4 ล้อ รถยนต์รุ่นนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นรถยนต์รุ่นที่ดีที่สุดที่ลัมโบร์กินีเคยได้ผลิตมา และถือเป็นซูเปอร์คาร์ ที่มีเครื่อง V12 ที่เป็นมิตรมากที่สุดในโลก สำหรับรถยนต์ Lamborghini Aventador ได้มีการผลิตรุ่นต่าง ๆ ออกมาวางจำหน่ายหลายรุ่น คือ รุ่นแอลพี 700-4 ซึ่งมีการผลิตออกมาจำหน่ายเพียง 4,000 คันทั่วโลกเท่านั้น, รุ่นแอลพี 700-4 โรดสเตอร์ รุ่นที่มีการออกแบบหลังคาทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ให้สามารถเปิดประทุนได้, รุ่นอะเวนตาโด เจ รุ่นที่ไม่มีทั้งหลังคาและเครื่องปรับอากาศทำให้รถมีน้ำหนักเบาขึ้น ซึ่งรถยนต์รุ่นนี้มีราคาสูงถึง 84 ล้านบาท
  • Lamborghini Reventon (ลัมโบร์กินี เรเบนตัน) เป็นรถยนต์ที่มีราคาสูงสุดที่เปิดตัวในงานมอเตอร์โชว์ ที่กรุงแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี ในปี 2007 ด้วยสนนราคาที่ 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐหรือ 45 ล้านบาทไทย รถยนต์รุ่นนี้เป็นรถยนต์ที่มีสมรรถนะสูงสามารถวิ่งได้ที่ความเร็วสูงสุดถึง 356 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับแรงบันดาลใจในการออกแบบรถสปอร์ตจากค่ายลัมโบร์กินีรุ่นนี้ ก็มาจากไอเดียของเครื่องบินขับไล่ที่เร็วที่สุดนั่นเอง สิ่งสำคัญที่ทำให้เจ้ารถยี่ห้องลัมโบร์กินีมีราคาสูงก็เพราะว่า ในแต่ละรุ่นมีการผลิตรถยนต์ออกมาจำกัดจำนวน อย่างรถยนต์ลัมโบร์กีนี เรเบนตันรุ่นนี้ที่มีการผลิตออกมาเพียง 20 คันเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีรถยนต์เรเบนตัน โรดสเตอร์ ที่ผลิตออกมาเพียงแค่ 15 คันเท่านั้น ซึ่งมีราคาคันละ 42 ล้านบาท

หากคุณชื่นชอบและเป็นสาวกของเหล่ารถสปอร์ตทั้งหลาย Autosport911 เป็นเว็บไซต์ที่ได้รวบรวมเอาเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับรถสปอร์ต รวมถึงรถสปอร์ตรุ่นใหม่จากแบรนด์ดังระดับโลกเอาไว้อย่างมากมาย มาเสิร์ฟเป็นข้อมูลให้กับคุณแล้ว มาติดตามเรื่องราวของเรากันได้ตั้งแต่วันนี้

 

BMW รถหรู ขวัญใจสาว  ๆ ที่นั่งติดอยู่ในลิทตลอดกาล

BMW รถหรู ขวัญใจสาว  ๆ ที่นั่งติดอยู่ในลิทตลอดกาล

BMW เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ของรถหรูที่ครองใจทั้งสาว ๆ หรือแม้แต่หนุ่ม ๆ ได้อย่างตลอดกาล วันนี้เราจึงขอพาคุณมาทำความรู้จักกับรถยนต์แบรนด์นี้ให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงยังได้นำรถยนต์ BMW หลายรุ่นมาแนะนำสมรรถภาพให้คุณได้เห็นกัน จะมีรุ่นไหนน่าสนใจบ้างนั้น ไปดูกันเลย

ก่อนอื่น เรามาทราบที่มาที่ไปของเจ้ารถยนต์ BMW แบรนด์นี้กันก่อน BMW เป็นชื่อย่อที่มาจากภาษาเยอรมันว่า Bayerische Motoren Werke ซึ่งเป็นบริษัทยานยนต์ของประเทศเยอรมนีที่ตั้งอยู่ในเมืองมิวนิก ซึ่งค่ายรถ BMW นี้ อย่างที่รู้กันว่าไม่ได้ผลิตเพียงรถยนต์ออกมาวางจำหน่ายเท่านั้น แต่ยังมีการผลิตรถจักรยานยนต์ออกมาวางจำหน่ายด้วย สำหรับรุ่นต่าง ๆ ของ BMW ที่มีการผลิตออกมาจำหน่าย จะมีชื่อเรียกที่ตั้งขึ้นแบ่งตาม Series ซึ่ง Series ที่เป็นที่รู้จัก ซึ่งเราได้นำมาแนะนำกันในวันนี้

  • BMW 3 Series เป็นรถยนต์นั่งประเภทหรูหราระดับต้น ๆ ซึ่งรถยนต์รุ่นนี้ถือเป็นรถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดของ BMW ที่มีการผลิตออกมาจำหน่ายตั้งแต่ปี พ.ศ.2518 ซึ่งปัจจุบันมีการผลิตรถยนต์ Series นี้ออกมาจำหน่ายแล้วทั้งหมด 5 รุ่น โดยรถยนต์ในซีรีย์นี้มีราคาประมาณ 2-12 ล้านบาท
  • BMW 7 Series เป็นรถยนต์นั่งประเภทหรูหราขนาดใหญ่ ซึ่งรถยนต์รุ่นนี้ถือเป็นรถยนต์ที่ได้ชื่อว่าหรูหรา โด่งดัง และสมบูรณ์ที่สุดของ BMW โดยรถยนต์ซีรีย์ 7 ที่วางจำหน่ายอยู่ในขณะนี้เป็นรถยนต์ Generation ที่ 6 ของ BMW 7 Series ซึ่งความโดดเด่นของรถยนต์รุ่นใหม่นี้อยู่ที่การลดน้ำหนักของตัวรถลงด้วยการผสมผสานใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบา คือ ใช้ทั้งเหล็ก อะลูมิเนียม พลาสติก แมกนีเซียม และคาร์บอนไฟเบอร์ ทำให้รถยนต์รุ่นนี้ถือเป็นรถยนต์หรูที่มีน้ำหนักเบาที่สุดของ BMW ผสมผสานกับการออกแบบและดีไซน์อย่างหรูหรา ผสมผสานความเป็นรถสปอร์ตได้อย่างลงตัว ออกแบบกระจังหน้ามาเป็นรูปทรงไตคู่ พร้อมไฟหน้าทรงเหลี่ยมยาว ภายในห้องโดยสารเน้นความหรูหรา เรียบง่าย พร้อมฟังก์ชันความล้ำสมัยเข้าไปตามสไตล์ของ BMW
  • BMW Z4 เป็นรถยนต์นั่งสมรรถนะสูง แบบ 2 ประตู 2 ที่นั่ง ออกแบบมาเป็นสไตล์คูเป้และโรดสเตอร์ ปัจจุบันรถยนต์ซีรีย์นี้ได้มีการผลิตออกมาด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่น โดยรุ่นปัจจุบันคือ E89 ที่มาพร้อมรูปแบบโรสเตอร์หลังคาแข็งเต็มตัวคล้ายกับ Mercedes Benz รุ่น SLK

Autosport911 เป็นเว็บไซต์ที่ได้รวบรวมเรื่องราว และข่าวคราวในวงการมอเตอร์สปอร์ตมาให้คุณได้ทราบก่อนใคร รวมถึงยังได้มีการนำเกร็ดความรู้เกี่ยวกับรถสปอร์ตรุ่นต่าง ๆ มาแนะนำกันด้วย เพราะฉะนั้นอย่ารอช้าเข้ามาเป็นแฟนของ Autosport911 กันได้แล้วตั้งแต่วันนี้