แรลลี่โลกการแข่งขันที่สนุกสนานและดุดัน

การแข่งขันรถยนต์มีด้วยกันหลากหลายรูปแบบ ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเสริมอรรถรสในชีวิตให้มีความสนุกสนาน ตื่นเต้น เร้าใจ พร้อมทั้งท้าทายบทบาทในความเป็นมนุษย์ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองไปสู่อีกระดับความมันส์ในชีวิต และหนึ่งการแข่งขันรถยนต์ที่มีผู้ชื่นชอบและติดตามอีกหนึ่งรายการคือ การแข่งขันรถยนต์แบบแรลลี่ ที่มาพร้อมกับความดุดันและสวยงาม พร้อมทั้งมีกิจกรรมระหว่างทางที่สร้างความสนุกสนานให้เกิดขึ้นในการแข่งขันอีกด้วย

การแข่งขันแบบแรลลี่ได้ถูกจัดขึ้นโดยสมาพันธ์รถยนต์นานาชาติหรือ FIA โดยใช้ชื่อว่า World Rally Championship หรือ (WRC)  ซึ่งหลังจากมีจัดการแข่งขันรถยนต์ประเภทแรลลี่เกิดขึ้นผู้คนได้เรียกการแข่งขันรายการนี้ในอีกชื่อหนึ่งว่าการแข่งขันรถยนต์ทางฝุ่นชิงแชมป์โลก เพราะเป็นการแข่งขันที่ไม่มีสนามแข่งใช้เพียงพื้นที่สาธารณะทั่วไปเป็นการแข่งขัน โดยมีการจัดการแข่งขันครั้งแรกในปี 1973 และทำการจัดการแข่งขันต่อมาจวบจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในปี1982-1986 เป็นปีที่ผู้คนนิยมทั้งในการรับชม และการฝึกขับรถยนต์แบบแรลลี่เป็นอย่างมาก

รูปแบบและกติกาการแข่งขันแรลลี่โลกมีการแข่งขันที่ใช้ถนนตามพื้นที่สาธารณะทั่วไปเป็นเส้นทางในการแข่งขันจากจุดเป้าหมายจุดหนึ่งไปยังจุดเป้าหมายอีกจุดหนึ่งจนกว่าจะถึงปลายทางเส้นชัยตามเวลาที่กำหนด โดยจุดเป้าหมายตามแต่ละที่จะถูกเรียกว่า TC (Timing Control)  และมีเลขต่อท้ายนับเรียงเริ่มจาก 1 ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะถึงสถานที่สุดท้าย ในการแข่งขันแรลลี่จะเริ่มต้นปล่อยรถที่เข้าร่วมแข่งขันตามเบอร์ที่ได้รับไปทีละคันพร้อมทั้งแจ้งเวลาที่กำหนดในการเดินทางไปยัง TC ต่าง ๆ ที่ได้กำหนดไว้ และเมื่อได้รับหมายกำหนดการในการเดินทางแล้วผู้เข้าแข่งขันจะต้องเดินทางไปยังจุดที่กำหนดไว้ให้ทันเวลาที่กำหนดในแต่ละจุดหมาย ถ้าผู้เข้าแข่งขันไปถึงช้าหรือเร็วกว่าเวลาที่กำหนดผู้เข้าแข่งขันจะเสียแต้มนาทีละ 1 คะแนน ซึ่งในระหว่างการเดินทางในการแข่งขันจะต้องคอยค้นหารหัสตรวจสอบในการผ่านทางหรือเรียกว่า RC (Rule Check) ที่ซ่อนไว้ตามทางให้พบอีกด้วย

ทั้งต้องทำเวลาในการแข่งขัน ทั้งต้องตะลุยในเส้นทางวิบากอันตรายที่ไม่คาดคิด และยังต้องค้นหาปริศนาที่ซ่อนไว้ตามเส้นทาง ทำให้การแข่งขันแรลลี่เป็นการแข่งขันที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ดุดัน และแข็งแกร่ง จนเป็นที่นิยมแพร่หลายไปทั่วทั้งโลก ซึ่งถ้าหากใครได้รับชมจะได้พบรถยนต์คันมหึมาราวกับราชสีห์ขับทะยานขึ้นบนเส้นทางวิบากอย่างองอาจแล้วถลาลงพื้นราวกับพญาอินทรีย์ที่ไม่สะทกสะท้านต่อความหฤโหดของผืนแผ่นดิน และหากใครได้เป็นผู้ชนะในการแข่งขันแรลลี่โลกจะถูกบันทึกไว้ในหอประวัติศาสตร์แรลลี่โลกอย่างสมเกียรติแห่งชัยชนะอีกด้วย

 

เส้นทางนักแข่งรถยนต์มืออาชีพที่ไม่ยากเกินความเป็นจริง

บนโลกนี้มีความฝันเกิดขึ้นมามากมายและเมื่อมีความฝันเกิดขึ้นมามากมายสิ่งที่ติดตามมาก็คือเส้นทางที่จะต้องเดินทางไปสู่ความความเป็นจริง ซึ่งไม่ว่าจะเป็นอาชีพคุณครู หมอ หรือนักธุรกิจ ล้วนแต่จำเป็นต้องมีเส้นทางการเดินไปให้ถึงจุดหมายที่ถูกต้องจึงจะสำเร็จได้ดั่งที่ตั้งใจ ดังนั้นถ้าหากจะทำให้ความฝันที่ตั้งใจไว้กลายเป็นความจริงได้จะต้องเลือกเดินบนเส้นทางที่ถูกต้องในหนทางของแต่ละอาชีพที่ใฝ่ฝันไว้จึงจะสามารถทำให้ความฝันกลายเป็นความจริงขึ้นมาได้

อาชีพนักแข่งรถยนต์เป็นอีกหนึ่งอาชีพความใฝ่ฝันของใครหลายต่อหลายคนที่ชอบความเร็ว ความท้าทายและความสวยงามบนท้องถนน ซึ่งหนทางที่จะไปถึงจุดการเป็นนักแข่งมืออาชีพที่แท้จริงได้นั้นไม่ใช่เรื่องยากเกินความเป็นจริงหากเพียงได้เดินบนเส้นทางที่ถูกต้องพร้อมกับสามารถไขว่คว้าโอกาสที่มาถึงได้ในการแข่งขันตามรายการแข่งขันรถยนต์มือสมัครเล่นต่าง ๆ

บนถนนเส้นทางการเป็นนักแข่งรถยนต์มืออาชีพที่ถูกต้องนั้นได้ถูกตั้งกฎเกณฑ์เป็นขั้นเป็นตอนที่ทำให้ทุกคนสามารถก้าวขึ้นไปถึงได้โดยง่าย โดยสามารถเริ่มต้นศึกษาจากสถาบันการสอนพื้นฐานสำหรับการเป็นนักแข่งรถที่ถูกต้องตามรูปแบบการขับขี่เพื่อแข่งขัน ต่อมาเมื่อเรียนรู้ขั้นพื้นฐานการขับขี่จนสำเร็จก็จะต้องฝึกทักษะการขับขี่แบบพิเศษเฉพาะสำหรับการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่เข้าโค้งสำหรับการแข่ง การใช้เบรกระหว่างการแข่ง รวมถึงการขับขี่หลบสิ่งกีดขวางตามหลักสูตรเฉพาะของสถาบัน พร้อมทั้งเรียนรู้กฎกติกาสำหรับการเป็นนักแข่งมืออาชีพให้ครบถ้วนก่อนที่จะไปขอใบอนุญาติขับแข่งจากราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย  ในพระบรมราชูปถัมภ์ (รยสท.) ซึ่งก็คือ FIA ของไทยเป็นขั้นตอนสุดท้าย และเมื่อได้รับใบอณุญาติเรียบร้อยจะสามารถนำใบรับรองนี้ไปลงแข่งขันในรายการใดก็ได้เป็นระยะเวลา 1 ปี เป็นอันสิ้นสุดเส้นทางการเป็นนักแข่งรถมืออาชีพในส่วนแรกของเส้นทางบนถนนสายนี้  ซึ่งในส่วนที่สองไม่มีอะไรพิเศษไปกว่าความสามารถที่แฝงอยู่ในตัว ที่จะสามารถสร้างชัยชนะหรือความประทับใจในการขับขี่แข่งขันมือสมัครเล่นตามรายการต่าง ๆ ให้เป็นที่ประจักษ์แก่บรรดาผู้สนับสนุนยักษ์ใหญ่ให้มาสนใจและเลือกให้ขึ้นมาเป็นนักแข่งรถยนต์มืออาชีพได้ในอนาคต

เมื่อเส้นทางถูกต้องความฝันก็จะชัดเจนขึ้นและเมื่อความฝันชัดเจนขึ้นความสุขในชีวิตก็จะติดตามมา การเป็นนักแข่งรถมืออาชีพเป็นสิ่งที่หลายคนมองดูว่าไม่อาจจะเป็นไปได้ แต่ถ้าหากได้ลองเรียนรู้และศึกษาอย่างถ่องแท้แล้วจะสามารถมองเห็นได้ว่าเส้นทางบนถนนสายนี้ก็ไม่ยากเกินความสามารถที่มนุษย์จะทำได้ และไม่ว่าจะเป็นความฝันไหนหากได้ศึกษาบนเส้นทางที่ถูกต้องอย่างแท้จริงแล้วก็ไม่อาจที่จะไม่เป็นจริง

 

เอฟวัน 2018 คำนำแห่งความเร็ว ก่อนถึง Monte-Carlo

เปิดฉากไปเรียบร้อยสำหรับการแข่งขันเอฟวันประจำปี 2018 ซึ่งตอนนี้บรรดาเหล่านักแข่งเอฟวันก็ได้เหยียบคันเร่งผ่านมาแล้วถึง 5 สนาม เป็นการผ่านโค้งแรกมาได้อย่างสวยงาม ปลอดภัย และไม่มีใครบาดเจ็บ จาก 5 สนามมีเรื่องราวความเร็วมากมายที่เกิดขึ้น มีการชิงไหวชิงพริบ ชิงจังหวะของการขึ้นเป็นผู้นำในกลุ่มของการแข่งขันอย่างสนุกสนานและเร้าใจ ก่อนจะถึงมอนติคาโล เดอะโมนาโก ในสนามที่ 6 ไปดูกันว่า เหล่าสุดยอดนักแข่งรถเอฟวัน ทิ้งคำนำของบทหนังสือแห่งความเร็วไว้ว่าอย่างไรบ้าง ก่อนที่จะเข้าสู่บทจริง

ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันเอฟวัน 2018 ในปีนี้เต็มไปด้วยเหล่าบรรดายักษ์ใหญ่แห่งวงการรถยนต์ ที่ตบเท้าเข้าร่วมแข่งกันอย่างคับคั่งเหมือนเคย พร้อมทั้งบรรดาสุดยอดนักขับเอฟวันที่ทั่วโลกต่างรู้จักกันดี อย่างเมอร์เซเดสมาคู่กับ ลูอิส แฮมิลตัน แชมป์ 3 สมัย และแชมป์เก่ารายล่าสุดจากปีที่แล้ว ทางด้านม้าลำพองฟอร์รารี่ส่ง เซบาสเตียน เวทเทล แชมป์ 4 สมัยมาท้าชิงบัลลังก์ปี 2018 ส่วนทัพเรดบูล กระทิงดุส่ง ดาเนียล ริคคิอาร์โด กระทิงมืดเตรียมมาเขย่าวงการ และยังมีม้ามืดฝีมือดีจากอีกหลายทีมชั้นนำของเอฟวันไม่ว่าจะเป็นจาด แม็คลาเร็น, ฮาสเอฟ วัน, โทโรรอสโซ, เรโนลต์,วิ ลเลียมส์ และฟอร์ซอินเดีย ทำให้บนสนามในปีนี้เต็มไปด้วยบริษัทรถแข่งชั้นนำจากทั่วโลกที่เข้าร่วมการแข่งขัน

การแข่งขันเอฟวัน 2018 ออกตัวอย่างฮือฮาด้วยการสตาร์ทคว้าแชมป์แรกประเดิมรายการของ เซบาสเตียน เวทเทล จากเฟอร์รารี่แชมป์ 4 สมัยของเอฟวัน ที่สนามแรกในเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ขึ้นเป็นผู้นำกลุ่มเอฟวัน และยังเดินหน้าคว้าแชมป์ในสนามที่ 2 ที่บาเรนห์ ขึ้นโพเดียมติดต่อกัน 2 ครั้ง และติดต่อกันใน 2 สนาม ก่อนที่จะโดนกระทิงมืดจากเรดบูล ส่งดาเนียล ริคาโด ลงมาปาดหน้าเขย่าวงการด้วยการคว้าแชมป์ที่สนาม 3 ในประเทศจีน และแชมป์เก่าก็ไม่สามารถจะทนไหว กระโดดลงมาร่วมวงกระชากแชมป์ที่โพเดียมที่ 4 ในสนามอาเซอร์ไบจาน เป็นการเปิดซิงปี 2018 ได้สำเร็จ และย้ำชัยชนะด้วยลวดลายของแชมป์เก่าที่สนามที่ 5 ประเทศเสปน ด้วยเวลา 1:35:29:972 คว้าแชมป์ 2 สนามติดต่อกัน และขึ้นเป็นผู้นำกลุ่มเอฟวันประจำปี 2018 ก่อนที่จะถึงสนามที่ 6 มอนติคาโล เดอะโมนาโก ด้วยคะแนนนำ 95 คะแนน

ช่วงการแข่งขันในโค้งแรกผ่านไปด้วยความเข้มข้น และยังจะเข้มข้นมากขึ้นกว่านี้อีก ตามบททดสอบของสนามที่เหลืออยู่ คำนำจากหน้าหนังสือพึ่งผ่านไปส่วนบทจริงกำลังจะเริ่มขึ้น จะเกิดแชมป์สามสนามติดต่อกันหรือไม่ และปลายทางของเอฟวัน ใครจะเป็นผู้พิชิต มาติดตามอ่านหนังสือแห่งความเร็วเล่มนี้ไปด้วยกัน

 

จิมคาน่า (Gymkhana) การเช็คสภาพรถที่แสนเร้าใจ

ในยุคปัจจุบันมีการแข่งขันสำหรับรถแข่งมากมาย ที่มุ่งเน้นไปที่ความเร็วของรถยนต์ และความแรงของเครื่องยนต์ แต่จิมคาน่ากลับเป็นกีฬามอเตอร์สปอร์ตที่แตกต่างออกไป เป็นการแข่งที่ใช้ความเร็วในการแข่งระดับต่ำถึงปานกลางในการแข่งขันเท่านั้น ไม่เน้นความเร็ว ไม่เน้นความแรงของเครื่องยนต์ เน้นแต่ทักษะเทคนิคการเข้าทำ ความสามารถในแต่ละจุด ที่ผู้ขับสามารถใช้ปัญญาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ และยังเป็นพื้นฐานการฝึกที่สำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นนักแข่งในอนาคต

จิมคาน่า (Gymkhana) เป็นการแข่งที่เรียกได้ว่า มีการใช้ต้นทุนจัดการแข่งขัน และทำทีมแข่งที่ต่ำที่สุดในการแข่งขันรถยนต์ เพราะแค่เริ่มต้นในการเลือกรถก็ไม่ต้องใช้อะไรมาก ขอเป็นเพียงรถยนต์ที่สามารถขับได้ ก็สามารเข้าแข่งจิมคาน่าได้ทันที รถบ้านทั่วไป รถที่เอาไว้ขับไปทำงานหรือไปซื้อกับข้าว ก็สามารถนำมาลงแข่งได้ โดยไม่ต้องตกแต่งเพิ่มเติมเรื่องเครื่องยนต์เข้าไปแม้แต่ชิ้นเดียว จิมคาน่าเป็นการแข่งขันที่ต้องนำรถลงแข่งก่อน แล้วจะรู้ว่าจะต้องทำยังไงกับรถดี รถที่นำมาแข่งมีความสามารสูงสุดแค่ไหน อะไหล่อะไรที่กำลังจะพังลงบ้าง จิมคาน่าจึงกลายเป็นบททดสอบวัดค่ารถ หรือเช็คสภาพรถที่ดีที่สุด ที่เราสามารถรับรู้และแก้ไขได้ด้วยตนเอง โดยที่ได้ของแถมคือความสนุกสนานเร้าใจไปกับมัน ซึ่งนอกจากความสนุกสนานแล้ว ยังได้เพิ่มเติมทักษะการขับรถในชีวิตประจำวันเข้าไปอีกด้วย การแข่งขันใช้รถแบบจิมคาน่า ไม่เหมือนการแข่งชนิดเซอร์กิตหรือดริฟท์ ที่ต้องเตรียมเครื่องยนต์หรือตกแต่งช่วงล่าง ส่วนประกอบต่าง ๆ  เพื่อเตรียมความพร้อมลงไปตลุยให้ทั่วสนาม โดยทั่วไปการแข่งจิมคาน่าจะจัดการแข่งตามลานกว้างทั่วไป โดยจะมีกรวยวางไว้เป็นตัวกำหนดเส้นทาง ซึ่งกฎกติกาหากใครขับโดนกรวยจะถูกเพิ่มเวลาเข้าไปอีก 2 วินาที ส่วนใครสามารถทำเวลาได้น้อยที่สุดก็จะเป็นผู้ชนะการแข่งขัน

เทคนิคในการมองสนามก่อนที่จะลงแข่งจริง สำหรับผู้ที่เริ่มใหม่หรือเรียกว่ามือใหม่นั้น ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการแข่งจิมคาน่าก็เหมือนกับแข่งในสนามแข่งทั่วไป โดยมีการนำกรวยไปวางไว้เป็นตัวกำหนดเส้นทาง แต่ในสนามนี้ไม่มีขอบสนามให้ได้เห็นเหมือนรายการแข่งขันอื่น ๆ จะเป็นแค่วิวโล่งบนลานกว้าง ซึ่งจะกลายเป็นบททดสอบที่ยากในการแข่งขันและจะประมาทในจุดนี้ไม่ได้ หากเข้าใจวิธีการและกติกาที่ได้อธิบายไปแล้ว ก็ควรนำรถที่บ้านออกมาเช็คสมรรถภาพรอได้เลย แล้วขับออกมาลุยการแข่งที่สนุกสนาน และแสนตื่นเต้น ในแบบที่ไม่มีที่ใหนให้ได้มากกว่าการแข่งขันนี้อีกแล้ว

 

คำศัพท์การแข่งรถฟอร์มูล่าวัน ที่สาวกแห่งความเร็วต้องรู้

สำหรับที่คนที่คลุกคลีในวงการรถสูตร 1 นี้มานาน อาจจะรู้ความหมายของคำศัพท์ต่าง ๆ ในการแข่งบ้างแล้ว แต่สำหรับสายความเร็วหน้าใหม่ การรับรู้คำศัพท์การแข่งรถฟอร์มูล่าวัน จะทำให้การรับชมเข้าใจความหมายและมีความสนุกมากยิ่งขึ้น

1.Formula One:

ฟอร์มูล่าวัน มีชื่อเรียกถึง 4 ชื่อ คือ ฟอร์มูล่าวัน รถสูตรหนึ่ง เอฟวัน และชื่อเต็ม ฟีฟ่า ฟอร์มูล่าวัน เวิลด์แชมป์เปี้ยน เป็นการแข่งรถยนต์ระดับสูงที่สุดในโลกด้วยความเร็ว 360 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

2.FIA:

ย่อมาจาก Fédération Internationale de l’Automobile ในภาษาฝรั่งเศส และ International Automobile Federation ที่เป็นภาษาของอังกฤษ ซึ่งแปลเป็นไทยว่า สหพันธ์รถยนต์ระหว่างประเทศ

3.Grands Prix:

กรังด์ปรีซ์ กรองพรี หรือ แกรนด์พรีซ์ ออกเสียงได้สามแบบ เป็นคำศัพท์ที่ออกเสียงทางภาษาฝรั่งเศส ซึ่งแปลว่า รางวัลใหญ่ มักใช้กับรายการที่เป็นที่สุดในโลก อย่างการแข่งรถฟอร์มูล่าวัน

4.Circuit:

เซอร์กิต คือ สนามแข่งรถแบบที่มีสนามเป็นทางเรียบ โดยมีทั้งทางตรงและทางอ้อม

5.Track :

แทรค คือ เส้นทางวิ่งในสนาม โดยจะมีทางเข้าแทรค และทางออกแทรค

6.Cockpit:

ค็อกพิท มีชื่อเรียกอีก 2 อย่างคือ พิทสตอป (Pitstop) หรือ พิท (Pit) คือ สถานที่ที่แต่ละทีมใช้ สำหรับซ่อมแซมปรับปรุงรถทั้งก่อนแข่ง ระหว่างแข่ง และหลังจากแข่ง

7.Pit Lane:

พิทเลน คือ เส้นทางวิ่งสำหรับเข้าออกระหว่างสนามกับจุดซ่อมแซม ซึ่งเป็นทางตรงและจำกัดความเร็วการเข้าออก ตามแต่ละที่สนามกำหนด

8.Pitwork:

พิทเวิร์ค คือ การทำงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายสนามของแต่ละทีม ในการเปลี่ยนอุปกรณ์ ยางรถยนต์ ซ่อม ปรับปรุงรถต่าง ๆ ที่เสียหายในระหว่างการแข่งขัน

9.Lap:

แลป คือ รอบหรือครั้งในการแข่งขัน

10.DRS:

ดีอาร์เอส ย่อมาจาก  Drag Reduction System  คือการให้อากาศทำปฏิกิริยากับรถ ให้สามารถวิ่งได้เร็วขึ้น ใช้ได้ในเฉพาะบางช่วงของสนามเท่านั้น

11.Free Practice:

คือ การฝึกซ้อม โดยมีการแบ่งออกเป็น 2 รอบ คือ รอบเช้าและรอบบ่าย รอบละ 90 นาที ส่วนมากจะจัดในวันศุกร์ ยกเว้น รายการโมนาโก กรังด์ปรีซ์ ที่จะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดี เนื่องจากปัญหาการจราจรของเมือง

12.Qualifying:

หรือ เรียกว่ารอบควอลิฟาย คือการแข่งขันจับเวลาการจัดอันดับสตาร์ท ก่อนเข้าสตาร์ทในวันแข่งขันจริง จะถูกกำหนดเป็นวันเสาร์ในทุกสนามการแข่งขัน

13.Pole Position:

เป็นจุดที่นักแข่งรถต้องการโดยส่วนใหญ่เพราะเป็นจุดเริ่มต้น หรือจุดสตาร์ทแรกของการแข่งขันในวันแข่งขันจริง

14.Race Day:

วันแข่งขันจริงที่มีการแข่งขันรถฟอร์มูล่าวัน ในระยะทางรวมไม่ต่ำกว่า 300 กิโลเมตร และต้องใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง ในการแข่งขัน เว้นแต่ว่าจะถูกคั่นด้วยอุบัติเหตุหรือสภาพอากาศทางธรรมขาติ

15.Podium:

แท่นยืนสำหรับผู้ที่ได้รับชัยชนะ ผู้ที่ทำเวลาและมีคะแนนมากที่สุดจะได้ขึ้นไปรับรางวัลตามลำดับ โดยมีการแบ่งเป็นลำดับ ที่ 3 ที่ 2 และที่ 1 โดยที่ 1 จะอยู่สูงสุด

ทั้งหมดนี้เป็นคำศัพท์ง่าย ๆ ที่จะช่วยให้เราเข้าใจมากขึ้น แต่ไม่ต้องกังวลถึงขนาดท่องจำ เพราะระหว่างชมเราจะค่อย ๆ ซึมซับ และเข้าใจได้เอง ตามที่ผู้บรรยายการแข่งขันพูดนั่นเอง

 

สุดยอดนักแข่งรถฟอร์มูล่าวัน ที่โลกต้องจดจำ

ก่อนที่ทุกความเร็วในการแข่งขันจะถูกจดบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ จำเป็นต้องมีบทพระเอกคุมพวงมาลัย เพราะต่อให้รถวิ่งได้เร็ว 1,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ไม่มีใครเอาไปวาดลวดลายจริงบนท้องถนน มันก็จะเป็นแค่เรื่องเล่าของเศษเหล็กที่ไร้ซึ่งชีวิตเท่านั้น และด้านล่างนี้เป็น 5 ในหลาย ๆ นักขับรถที่ดีที่สุดในโลก

1.ฮวน มานูแอล ฟานจิโอ  ชาวอาเจนตินา ผู้สร้างประวัติศาสตร์ในยุคแรกเริ่มของการแข่งรถ ด้วยการขับรถตลุยคว้าแชมป์โลก 5 สมัย ใน 7 ปี และเป็น 7 ปีที่อยู่กับ 4 ทีมชั้นนำ อัลฟาโรเมโอ, เฟอร์รารี่, เมอซิเดส และ มาเซราติ ราวกับว่าที่ใหนก็ได้ คันไหนก็ได้ ถนนเส้นไหนก็ได้ ฮวน มานูเอล ฟานจิโอ พร้อมจะไปเป็นสุดยอดนักแข่งรถที่นั่น

2.เซบาสเตียน เวทเทล เด็กหนุ่มที่คว้าแชมป์โลก 4 สมัยติดต่อกันกับทีมเรดบูล เรซซิ่ง แซงทุบสถิติกลายเป็นแชมป์โลกที่อายุน้อยที่สุดในโลกคนใหม่ แทนลูอิส แฮมิลตัน ในเวทีเดียวกัน โดยมี มิชาเอล ชูมัคเกอร์ สุดยอดนักแข่งรถฟอร์มูล่าวัน แชมป์โลก 7 สมัย และ เจนสัน บัตตัน แชมป์เก่าปีล่าสุด ร่วมเวทีการแย่งแชมป์โลกในหนนั้นด้วย เท่ากับว่าในการแข่งขันแชมป์โลกครั้งนั้น เวทเทลได้พิชิตสุดยอดนักแข่งรถในอดีตไปพร้อมกันถึง 3 คน ด้วยการแข่งขันเพียงรายการเดียว

3.ไอร์ตัน เซนน่า แชมป์โลก 3 สมัย ที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ ย้อนกลับไปก่อนที่ มิชาเอล ชูมัคเกอร์ จะได้แชมป์ที่สนามอิโมล่าด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 20 นาที  ไอร์ตัน เซนน่า กำลังขับแซงหน้า มิชาเอล ชูมัคเกอร์ นำเป็นอันดับที่ 1 ก่อนที่โค้งแทมบูเรลโลจะพรากสุดยอดนักแข่งรถฟอร์มูล่าวันแชมป์โลก 3 สมัยจากโลกใบนี้ไป การจากไปของไอร์ตันในครั้งนั้น ได้จุดชนวนการตระหนักครั้งยิ่งใหญ่ของวงการมอเตอร์สปอร์ต ในการรักษาความปลอดภัยของนักแข่งรถให้ยกระดับมากขึ้น จนถึงปัจจุบันมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นมากมาย แต่ไม่มีใครเสียชีวิตจากอุบัติเหตุอีกเลย

4.นิกิ เลาดา  บุรุษผู้ปฏิเสธมัจจุราชจาก อเวจีสีเขียว แห่งนอร์กบูริง ในปี1976 จากอุบัติเหตุแหกโค้งในการแข่งขันรถฟอร์มูล่าวัน แพทย์วินิจฉัยว่าเลาเดา อาการโคม่า ไม่อาจรอดได้ แต่นิกิ เลาเดา ก็กลับมาแข่งรถได้ภายใน 42 วัน และคว้าชัยชนะในสนามที่อิตาลี ก่อนที่จะตัดสินใจถอนตัวออกจากการแข่งขันในปีนั้น และประกาศยุติไม่ลงแข่งรถอีกต่อไป โดยให้เหตุผลว่า “ขาดแรงบันดาลใจ” ก่อนที่จะตัดสินใจกลับมาลงแข่งอีกครั้งในปี 1977 และเป็นปีที่นิกิ เลาเดาได้เป็นแชมป์โลกสมัยที่ 3

5.มิชาเอล ชูมัคเกอร์ สุดยอดนักแข่งรถฟอร์มูล่าวัน แชมป์โลก 7 สมัย และแชมป์โลกติดต่อกัน 5 สมัยสูงสุด และมากที่สุดในโลก 1994 คือปีที่ถือกำเนิดของราชา สุดยอดนักแข่งรถฟอร์มูล่าวัน ด้วยการคว้าแชมป์โลกครั้งแรก กับทีมเบเนตอง ก่อนพิชิตแชมป์โลกหนที่ 2 ในปี 1995 เป็นปีที่สองติดต่อกัน และตลุยกวาดแชมป์โลกเป็นว่าเล่นถึง 5 สมัย ติดต่อกันในปี 2000-2004 และควรมีแชมป์มาครองถึง 8 สมัย และติดต่อกัน 6 สมัยหากไม่ได้รับอุบัติเหตุขาหักในปี 1999  วันที่ 29 ธันวาคม 2013 ราชาเอฟวันได้หลับใหลจากอุบัติเหตุการเล่นสกีที่เทือกเขาแอลป์ จวบจนปัจจุบันเป็นเวลาถึง 4 ปี ได้รับการผ่าตัดถึง 2 ครั้ง ตอนนี้ได้กลับไปพักรักษาตัวทำกายภาพบำบัดที่บ้านเรียบร้อยแล้ว

ต่อให้มีรถแข่งที่สุดยอดแค่ไหน หากขาดนักขับที่เก่งกาจ สามารถควบคุมรถให้อยู่หมัดได้ ก็ไร้ความหมาย ดังนั้นค่ายรถต่าง ๆ เอง ก็พยายามเฟ้นหาและฝึกฝนนักแข่งหน้าใหม่เสมอ ใจถึง ๆ รถแรง ๆ บวกกับฝีมือ มันคือหนทางแห่งแชมป์โลกนั่นเอง

 

Michael Schumacher นักแข่งรถสูตรหนึ่งที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในระดับโลก

 Michael Schumacher นักแข่งรถสูตรหนึ่งที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในระดับโลก

                ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนของมอเตอร์สปอร์ตหรือการแข่งรถหรือไม่ก็ตาม เชื่อว่าทุกคนต้องคุ้นหู เคยได้ยินและรู้จักชื่อของ Michael Schumacher เป็นแน่ เพราะเขาคือนักแข่งรถสูตรหนึ่งหรือรถ F1 ที่ประสบความสำเร็จ จนมีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดของโลกนั่นเอง เขาเป็นใคร มาจากไหน วันนี้เราได้นำเอาประวัติของนักแข่งรถเลื่องชื่อผู้นี้มาฝากกัน

ประวัติ Michael Schumacher

Michael Schumacher เป็นนักแข่งรถสูตรหนึ่งชาวเยอรมัน เกิดเมื่อวันที่ 3 มกราคม 1969 ที่สามารถคว้าแชมป์ความเร็วในสนามแข่ง ได้ครองแชมป์โลกรถสูตรหนึ่งติดต่อกันถึง 7 ครั้งในปี 2004 อีกทั้งเป็นนักแข่งที่สามารถทำรายได้สูงถึง 80 ล้านเหรียญสหรัฐอีกด้วย จุดเริ่มต้นการเข้ามาสู่สนามแข่งรถของ Michael Schumacher นั้น ถือเป็นสิ่งที่สืบต่อกันมาทางสายเลือดและเป็นกิจกรรมของครอบครัว เพราะ Michael Schumacher เริ่มแข่งรถคาร์ทบนสนามที่พ่อของเขาสร้างขึ้นมาเองในบ้านตั้งแต่อายุ 4 ขวบ หลังจากที่เขาได้ใบขับขี่ตั้งแต่อายุ 12 ปี Michael Schumacher ก็เริ่มลงแข่งรถในสนามต่าง ๆ ทั้งในประเทศเยอรมันและในทวีปยุโรปหลายรายการ จนเป็นที่รู้จักและกลายเป็นดาวรุ่งของสนามแข่งรถในที่สุด

การเข้าร่วมแข่งขันรถสูตร 1

จนมาถึงปี ค.ศ. 1991 เมื่อ Michael Schumacher อายุได้เพียงแค่ 22 ปี เขาก็ได้เข้ามาร่วมแข่งขันรถสูตร 1 หรือ Formula one เป็นครั้งแรกในรายการเบลเยียมกรังปรีซ์ ซึ่งในการแข่งครั้งแรกนี้เขารับหน้าที่เป็นแค่นักแข่งตัวสำรองเท่านั้น แต่ในครั้งนี้เมื่อเขาได้ลงแข่งเขากลับทำความเร็วได้เป็นอันดับ 7 ซึ่งเป็นการแข่งในสนามครั้งแรก ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับทีมเป็นอย่างมาก จนในปีถัดมาเขาก็ได้คว้าชัยในการแข่งขันรายการแรกไปได้ และสามารถคว้าแชมป์ของการแข่งขันรถสูตรหนึ่งไปได้ในปี 1994 ซึ่งในการคว้าแชมป์ครั้งแรกนี้ Michael Schumacher เป็นนักแข่งที่อยู่ในสังกัดทีมเบเนตอง

ในปี 1996 Michael Schumacher ได้เข้ามาเซ็นสัญญาร่วมกับทีม Ferrari ค่ายรถชื่อดังจากอิตาลี ซึ่งหลังจากที่ Schumacher ได้เข้ามาร่วมทีม Ferrari เขาก็ได้ทำให้ทีมประสบความสำเร็จด้วยการคว้าแชมป์โลกไปได้หลังจากที่ Ferrari ไม่ได้ชนะในสนาม F1 มาอย่างยาวนาน และในการเข้ามาร่วมทีมกับ Ferrari Schumacher ได้คว้าแชมป์โลกติดต่อกันได้ถึง 5 สมัย ก่อนที่เขาจะลาวงการนักแข่งไปในปี 2006 เมื่อเขาอายุได้ 37 ปี หลังจากนั้นเขาก็ได้กลับมาลงแข่ง F1 อีกครั้งในปี 2010 ให้กับทีม Mercedes Benz แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก จนได้ลาวงการนักแข่งไปอีกครั้งในปี 2012

 

autosport911 ครบทุกข่าวสารของวงการมอเตอร์สปอร์ต

คนที่ชื่นชอบความเร็วและเป็นคนรักรถ หลงใหลในมนต์เสน่ห์ของความเร็ว แรง รวมถึงความสวยงามของรถแข่งและรถสปอร์ต autosport911 เป็นเว็บไซต์ที่ได้รวบรวมข่าวสารในวงการรถแข่งมาฝากกัน

การแข่งรถสปอร์ตนั้นเป็นมีประวัติเกิดขึ้นมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1984 ซึ่งการแข่งรถครั้งแรก เกิดขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นการฉลองที่สามารถผลิตรถยนต์เบนซิลขึ้นได้เป็นครั้งแรกของโลก จึงได้เกิดการจัดแข่งรถหรือที่เรียกว่ามอเตอร์สปอร์ตเกิดขึ้น ซึ่งในครั้งแรกเป็นการแข่งรถโดยระยะทาง 2 กิโลเมตรเท่านั้น และถือเป็นการแข่งรถครั้งแรกของโลกที่ประสบความสำเร็จและได้รับความสนใจจากสาธารณชนเป็นอย่างดี

มาจนถึงปัจจุบันด้วยความก้าวหน้าและพัฒนาของเทคโนโลยีทำให้มีรถแข่งรุ่นใหม่ รวมถึงสนามและเวทีการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกที่ได้รับความนิยมเกิดขึ้นมากมาย ได้แก่

  1. Formula1 (FIA Formula One World Championship) การแข่งรถสูตร 1 ซึ่งถือเป็นสนามการแข่งรถในระดับสูงสุด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการจัดแข่งขันในสนามระดับโลกในทวีปยุโรป ซึ่งผู้ที่จะสามารถเข้ามาร่วมแข่งขัน และเจ้าหน้าที่ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการแข่งขัน Formula 1 ได้ จะต้องได้รับใบอนุญาต Super License จาก FIA หรือสมาพันธ์รถยนต์นานาชาติเท่านั้น
  2. WTCC (FIA World Touring Car Championship) เป็นการแข่งรถยนต์ทัวร์ริ่งคาร์นานาชาติระดับโลก ซึ่งผู้ที่จะสามารถเปิดสนามเพื่อจัดการแข่งขันได้ จะต้องได้รับรองจากสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ ซึ่งเมื่อปี 2558 สนามแข่งช้าง เซอร์กิต ในจังหวัดบุรีรัมย์ ประเทศไทยของเรา ได้เคยเป็นเจ้าภาพในการจัดแข่งขัน WTCC ด้วย
  3. Super GT ซึ่งเป็นสนามแข่งรถยนต์ทางเรียบในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้มีการจัดแข่งขันรถยนต์ทางเรียบครั้งแรกมาตั้งแต่ปี 1993 ซึ่งในปัจจุบันการแข่งขัน Super GT เป็นการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบที่ได้รับความสนใจของนักแข่งและผู้ชมจากทั่วโลก และยังได้มีการจัดแข่งขันนอกประเทศญี่ปุ่นอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งในการแข่งขัน Super GT นี้จะมีทั้งการจัดแข่งรถในระยะสั้นที่เรียกว่า Sprint Race ซึ่งจะแข่งด้วยระยะทาง 250-300 กิโลเมตร และการแข่งขันระยะทางไกล Endurance Race ซึ่งมีระยะทางถึง 1,000 กิโลเมตร ซึ่งการจัดแข่ง Super GT ระยะไกล จะเป็นการจัดแข่งในสนามที่ประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น

สำหรับผู้ที่สนใจติดตามข่าวสารและตารางการแข่งรถแข่ง และรถสปอร์ตต่าง ๆ autosport911 เป็นเว็บไซต์ที่ได้รวบรวมตารางการแข่งขัน ไฮไลท์การแข่ง ผลการแข่งขัน รวมถึงข่าวสารต่าง ๆ ในวงการไว้เพื่อให้แฟน ๆ ที่ชื่นชอบการแข่งรถสปอร์ตได้ติดตามกันอย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังมีเทคนิคดีดีสำหรับคนที่อยากจะก้าวเข้าสู่วงการนักแข่งมาฝากกันอีกด้วย

 

ฟอร์มูลาวัน การแข่งรถสูตร 1 ระดับสูงสุดของโลก

                 สาวกมอเตอร์สปอร์ตทุกคนคงจะรู้จักสนามแข่งรถอันดับ 1 ระดับโลกอย่างฟอร์มูลาวันกันเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นการแข่งรถสูตรหนึ่งที่ได้รวบรวมเอารถระดับสูงสุดของโลก ด้วยฝีมือของนักแข่งระดับโลกมาประลองฝีมือกันในสนามนี้ วันนี้เราจะมาเล่าถึงการแข่งขันฟอร์มูลาวันให้กับมือใหม่ที่สนใจการแข่งรถฟังกันสักหน่อย

ฟอร์มูลาวัน หรือ การแข่งขันรถสูตรหนึ่ง หรือการแข่งขัน F1 ก็คือชื่อเรียกของการแข่งรถที่มีชื่อเต็มอย่างเป็นทางการว่า FIA Formula One World Championship ซึ่งเป็นการแข่งขันที่มีการกำหนดมาตรฐานโดยสมาพันธ์รถยนต์นานาชาติ ซึ่งผู้ที่จะสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการแข่งขันไม่ว่าจะเป็นนักแข่ง ผู้ผลิตรถยนต์และเครื่องยนต์ ไปจนถึงเจ้าหน้าที่สนามจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตที่เรียกว่า Super License จาก FIA หรือสมาพันธ์รถยนต์นานาชาติเท่านั้น

รถที่สามารถเข้ามาร่วมแข่งขันในสนามฟอร์มูลาวันได้นั้นจะต้องเป็นรถที่ได้มาตรฐานสูตรหนึ่ง ที่สามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 360 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีรอบเครื่องยนต์สูงสุด 18,000 รอบต่อนาที ได้มาตรฐานตามที่สมาพันธ์รถยนต์นานาชาติกำหนดไว้เท่านั้น รถส่วนใหญ่ที่เป็นผู้สนับสนุนให้นักแข่งนำมาใช้ในสนามนี้จึงเป็นรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพจากค่ายรถชั้นนำระดับโลก ได้แก่ Ferrari, Renault, Mercedes, Ford, BMW, Honda และ TOYOTA และจากผลการแข่งขันล่าสุด เมื่อ 4 ปีที่ผ่านมารถที่สามารถคว้าอันดับ 1 จากสนามแข่งสูงสุดสนามนี้ไปได้ ก็คือ Mercedes ที่สามารถครองแชมป์มาได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นใน ปี 2018 นี้ เบื้องต้นทีมที่จะเข้าแข่งขันมีด้วยกันทั้งสิ้น 10 ทีม จากค่าย Ferrari, Mercedes, Renault และ TAG Heuer โดยจะเป็นการแข่งขันแบบกันทั้งหมด 21 รอบ เริ่มแข่งรอบแรกที่สนาม Australia Grand Prix ในวันที่ 25 มีนาคม จนไปถึงรอบสุดท้ายในวันที่ 25 พฤศจิกายน ที่สนาม Abu Dhabi Grand Pix โดยการจัดแข่งขันในปี 2018 นี้ จะมีสนามในเอเชียที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นสนามแข่ง ได้แก่ Chinese Grand Pix ในเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ที่จะมีการจัดแข่งขันในวันที 15 เมษายน, Singapore Grand Pix, Marina Bay ประเทศสิงค์โปร์ ในวันที่ 16 กันยายน และ Japan Gran Pix ประเทศญี่ปุ่นที่จะมีการจัดแข่งขันในวันที่ 7 ตุลาคม สำหรับสาวกมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยที่สนใจการเข้าไปชมการแข่งขันในสนามจริง ก็สามารถเตรียมตัวจองตั๋วเครื่องบิน วางแผนการเดินทางและซื้อบัตรเข้าชมกันได้เลย และหากคุณต้องการอัพเดตข่าวสารของวงการมอเตอร์สปอร์ autosport911 เป็นเว็บไซต์ที่ได้รวบรวมข่าวคราวต่าง ๆ ของวงการรถแข่งให้คุณได้ทราบก่อนใคร ที่นี่ที่เดียว !!

 

สนามแข่งมาตรฐานในประเทศไทย ที่สาวกมอเตอร์สปอร์ตต้องรู้จัก

สนามแข่งมาตรฐานในประเทศไทย ที่สาวกมอเตอร์สปอร์ตต้องรู้จัก

                คอมอเตอร์สปอร์ตชาวไทย เชื่อว่าหลายคนคงจะมีโอกาสได้ไปชมการแข่งรถที่สนามแข่งมาตรฐานระดับสากลที่อยู่ในประเทศไทยของเรากันมาบ้างแล้ว แต่สำหรับบางคนที่ยังไม่มีโอกาส วันนี้เราได้นำสนามมาตรฐานในประเทศไทย มาแนะนำให้ทุกคนรู้จักกัน เผื่อใครมีเวลาว่าง ชื่นชอบความเร็ว หรือมีวันหยุด จะได้หาโอกาสไปชมการแข่งขันของจริงกันแบบติดขอบสนามได้ สำหรับสนามแข่งที่เรานำมาแนะนำกันในวันนี้ ได้แก่

  1. สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ตั้งชื่อตามบริษัทเบียร์ช้าง ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักของสนามในปัจจุบัน สนามแห่งนี้ เป็นสนามที่โด่งดัง มีชื่อเสียงไปก้องโลก เนื่องจากสนามนี้ได้รับการรับรองว่าเป็นสนามแข่งรถที่ได้รับมาตรฐานระดับโลก จากสมาพันธ์รถยนต์นานาชาติ หรือ FIA รับรองให้สามารถใช้เป็นสนามที่สามารถจัดแข่งรถฟอร์มูลาวัน รถสูตรหนึ่ง ระดับสูงสุดของโลกได้เป็นสนามแรกและสนามเดียวในประเทศไทย และอย่างที่รู้กันว่าสนามแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยความร่วมมือของนายเนวิน ชิดชอบกับหอการค้าจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ต้องการพัฒนาเมืองบุรีรัมย์ ให้เป็นเมืองกีฬามาตรฐานระดับโลกนั่นเอง สนามแห่งนี้ใช้ทุนการสร้างถึง 2 พันล้านบาท และได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมมาตั้งแต่ปี 2557 รวมถึงยังได้มีการจัดแข่งรถในเวทีระดับโลกมาแล้วหลายหลายการได้แก่ รายการซุปเปอร์จีที รวมถึงยังถูกใช้เป็นสนามแข่งรถยนต์ทางเรียบและมอเตอร์ไซด์ทางเรียบหลายรายการ โดยในปี 2018 นี้ สนามช้างอินเตอร์เนชั่ลเนล เซอรกิต ยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นสนามแข่ง Asian Le Mans Series ซึ่งเป็นรายการใหญ่หนึ่งเดียวของทวีปเอเชีย ที่มีเป้าหมายหลักในการสร้างนักแข่งรถชาวเอเชีย ให้ก้าวไปสู่การแข่งขันรายการที่ยิ่งใหญ่ของโลกอีกด้วย
  2. สนามพีระเซอร์กิต หรือ ที่รู้จักกันในชื่อของสนามพัทยาเซอร์กิต ตั้งอยู่ใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เป็นสนามแข่งรถมาตรฐานของไทยสนามแรกที่ได้รับการรับรองจากสมาพันธ์กีฬาแข่งรถนานาชาติ (FIA)
  3. สนามไทยแลนด์เซอร์กิต หรือที่รู้จักกันในนามสนามนครชัยศรี มอเตอร์สปอร์ต คอมเพล็กซ์ เป็นสนามที่ตั้งอยู่ใน อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม สนามนี้เป็นสนามที่ใช้แข่งรถมอเตอร์ครอส อีกทั้งยังใช้เป็นสนามแข่งรถยนต์ทางเรียบ และสนามวิบากของเวทีรถแข่ง ที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพ

สำหรับคอมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยที่ต้องการติดตามข่าวคราว อัพเดตตารางการแข่งรถ และข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับมอเตอร์สปอร์ตทั้งในประเทศและต่างประเทศ Autosport911 เป็นเว็บไซต์ที่ได้รวบรวมเรื่องราวต่าง ๆ ที่น่าสนใจ ส่งตรงมาให้คุณถึงบ้านแล้วตั้งแต่วันนี้