รถแข่งที่คาดว่าจะทำความเร็วได้ดีขึ้นจากกฎใหม่ของ F1 2019

สืบเนื่องจากการปรับปรุงกฎการแข่งขันของ F1 ในปี 2019 นี้ ฝ่ายเทคนิคที่จัดการแข่งขันได้มีการคาดการณ์ถึงรถแข่งที่จะสามารถปรับปรุงสมรรถนะเพื่อให้สามารถขับขี่ได้เร็วกว่าเดิม แม้หลายฝ่ายจะคาดการณ์ตรงกันข้ามว่ากฎใหม่ที่ออกมาจะส่งผลให้รถแข่งทั้งหลายมีความเร็วช้าลงก็ตาม เพราะฉะนั้นเรามาดูกันว่ารถจากค่ายไหนที่มีโอกาสโชว์ฟอร์มได้ดีขึ้นกว่าเก่าในฤดูกาลหน้า

Ferrari จ้าวแห่งความเร็ว

                ขณะนี้ทีม F1 ได้เริ่มทำการทดสอบเพื่อคาดการณ์ผลที่เกิดขึ้นจากการปรับปรุงกฎใหม่ของรถแข่ง ซึ่งได้ผลลัพธ์ออกมาว่ารถแข่งทั้งหลายมีโอกาสที่จะทำความเร็วต่อรอบได้ช้ากว่าสถิติของปี 2018 เป็นเวลา 2 วินาที

                ล่าสุด Mattia Binotto หัวหน้าทีมเฟอร์รารี่ได้กล่าวในงานเปิดตัวรถยนต์ในปี 2019 ของทีมเมื่อต้นเดือนนี้ว่า ทีมเฟอร์รารี่มีการคาดการณ์ว่าการเปลี่ยนกฎดังกล่าวจะทำให้เกิดผลกระทบต่อรถแข่งของทีม Ferrari เป็นเวลา 1.5 วินาทีต่อรอบ ซึ่งผลดังกล่าวเกิดขึ้นจากการทดสอบในครั้งแรก แต่อย่างไรก็ตามจากการทดสอบครั้งล่าสุดที่ผ่านมาพบว่าการเปลี่ยนกฎดังกล่าวไม่ก่อให้เกิดผลกระทบกับความเร็วของเฟอร์รารี่แต่อย่างใด อีกทั้งรถแข่งยังสามารถทำความเร็วได้เทียบเคียงกับสถิติเมื่อ 12 เดือนที่ผ่านมาอีกด้วย ซึ่งทีมสามารถเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจนจากฝีมือการขับของ Lewis Hamilton ในการทดสอบช่วงสัปดาห์สุดท้ายที่บาร์เซโลนาซึ่งสามารถทำความเร็วได้ดีขึ้น 

โอกาสของ Renault

                นอกจากทีม Ferrari แล้ว Nick Chester หัวหน้าฝ่ายเทคนิคของ Renault ยังคาดการณ์ว่ารถแข่งของทีมในฤดูกาลปี 2019 ที่กำลังจะมาถึงนี้จะสามารถทำความเร็วได้ดีกว่าผลงานในปี 2018 โดยทางทีมคาดว่าในการทดสอบสัปดาห์หน้ารถแข่งจะสามารถทำเวลาได้ดีขึ้นเนื่องจากการปรับปรุงสมรรถนะบางอย่าง

จากการทดสอบครั้งล่าสุดพบว่าในช่วงท้ายของการ Test รถของทีม Renault สามารถทำความเร็วได้ดีว่าผลงานในช่วงท้ายของปี 2018 ในขณะเดียวกันทางทีมวิศวกรก็ยังคงพยายามที่จะแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในทุกรายละเอียด โดยเฉพาะเรื่องของกฎใหม่ที่ส่งผลทำให้รถเสียน้ำหนักไปเล็กน้อยจนเกิดผลกระทบทำให้เสียสมดุล ซึ่งเชื่อว่าปัญหาข้อนี้เป็นสิ่งที่หลายทีมก็ล้วนต้องเจอและต้องแก้ไขเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญก็คือทีมจะต้องเรียนรู้ข้อผิดพลาดและแก้ไขโดยเร็วที่สุด กฎใหม่ที่ออกมาในครั้งนี้ถือเป็นการพิสูจน์ฝีมือและเป็นความท้าทายครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งของทีมวิศวกร Renault เลยก็ว่าได้

                จากการเปลี่ยนกฎใหม่ของการแข่งขัน F1 ในปี 2019 ส่งผลให้แต่ละทีมต้องปรับปรุงรถแข่งกันยกใหญ่ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าทีมวิศวกรและฝ่ายเทคนิครวมถึงนักแข่งของทีมไหนจะสามารถโชว์ฟอร์มเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ได้ดีที่สุด

Mercedes เปลี่ยนปีกหน้ายกชุดเตรียมพร้อมรับการแข่งขัน F1 ฤดูกาล 2019

สืบเนื่องจากการออกกฎของคณะกรรมการแข่งขัน Formular 1 ในปี 2019 ที่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดการกระบวนการไหลของอากาศ (Airflow) ด้านหน้าของรถที่ต้องมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นทำให้ทีมต่าง ๆ ต้องพากันปรับปรุงรถแข่งของตัวเอง รวมถึงทีม Mercedes ก็เช่นเดียวกัน

Mercedes เตรียมพร้อม เปลี่ยนปีกหน้ายกชุด

                สำหรับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ Mercedes กล่าวว่า ถือเป็นแนวคิดที่ดีในการจะเปลี่ยนปีกหน้าให้ออกมาคล้ายกับคอนเซ็ปต์ของ Ferrari และคงต้องใช้ระยะเวลาอีกหลายเดือนกว่าจะเสร็จ แต่ก็ยอมรับว่านี่จะเป็น

การเปิดกว้างเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิม

                “คุณต้องมีใจที่เปิดกว้าง” หัวหน้าทีมของ Mercedes กล่าวล่าสุดในงานอีเว้นท์ของ Petronas ที่ Mercedes ร่วมเป็นสปอนเซอร์ อีกทั้งยังกล่าวต่อว่าทีมของเขายังมีปรัชญาการออกแบบที่แตกต่างจากทีมอื่น ๆ เพราะถ้าทุกคนเปิดใจในสิ่งที่คนอื่น ๆ ทำ รวมถึงทุกคนในทีมสามารถทำตามหน้าที่ของตัวเองได้ดีขึ้น นั่นหมายถึงว่าเราจะสามารถนำสิ่งที่ได้รับการปรับปรุงพัฒนามาใส่รถและทำการทดลองเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้ ซึ่งแน่นอนว่าการเปลี่ยนปีกหน้าที่ต้องเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนพลศาสตร์และมาตราส่วนของรถนั้นย่อมไม่ใช่แค่การใช้เวลาเป็นวันหรือสัปดาห์แต่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันเป็นเดือนเลยทีเดียว

                Timeline การเปลี่ยนปีกหน้าของ Mercedes ในครั้งนี้คาดว่าต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนหลังจากได้คอนเซ็ปต์ เนื่องจากการจะพัฒนาปีกหน้าที่มีความแตกต่างจากรูปแบบเก่าอย่างสิ้นเชิงให้สามารถใช้งานได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย อีกทั้งทีมยังมีความพยายามที่จะใช้แรงดันเพื่อให้ล้อรถดันออกมาด้านนอกมากที่สุดเพื่อให้ได้ดีไซน์และการขับเคลื่อนที่ดีที่สุด รวมถึงการออกแบบเพื่อให้เกิดความสมดุลขึ้นเพียงเล็กน้อยก็มีส่วนที่จะทำให้รถยนต์สามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งแต่ละเงื่อนไขนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ด้วยโซลูชั่นที่แตกต่างกัน  

ความคืบหน้าของทีมอื่น ๆ    

ในขณะที่ Mercedes และ Red Bull เลือกใช้การออกแบบปีกหน้าด้วยดีไซน์ที่ดูเหมือนจะกลับไปสู่ความดั้งเดิมมากขึ้น แต่ทีมอย่าง Ferrari และ Alfa Romeo กลับทำสิ่งที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิงคือการออกแบบขอบด้านนอกของปีกด้านหน้าให้เอียงไปทางด้านท้ายมากที่สุด โดย Ferrari ได้เริ่มทำการทดสอบปีกหน้าใหม่ที่มีความแข็งแกร่งนี้ตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว ส่วน Toyota ซึ่งเห็นว่าทีมของตัวเองทำได้ดีมากแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็กำลังพิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่จะทำให้รถแข่งของตัวเองมีสมรรถนะที่ดีขึ้นกว่าเดิม

หลังจากการเปลี่ยนแปลงปีกหน้าของ Mercedes, Red Bull, Ferrari, Alfa Romeo และ Toyota รวมถึงทีมอื่น ๆ เสร็จเรียบร้อยแล้วแฟน ๆ ออโต้สปอร์ตก็คงต้องรอดูว่าผลลัพธ์และผลงานของทีมใดจะเด็ดกว่ากัน

เรื่องราวเบื้องหลังสถิติมอเตอร์สปอร์ตที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน

หลังจากการทดสอบรวมถึงการรวบรวมข้อมูลของการแข่งขันรถสูตร 1 ของ Forix ซึ่งใช้เวลายาวนานได้สิ้นสุดลงไปแล้ว เราก็ได้นำเอาเรื่องราวเบื้องหลังการเก็บสถิติมอเตอร์สปอร์ตที่เชื่อว่ายังไม่มีใครรู้มาฝากกัน

Forix ผู้อยู่เบื้องหลังการเก็บสถิติ         

                จากเกาะ Azores ที่ไกลออกไป Jaoa Paulo Cunha ใช้เวลามากกว่า 30 ปี ในการรวบรวมและประมวลผลสถิติเพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีความแม่นยำและครอบคลุมมากที่สุดจากการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต    

ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่าน Jaoa Paulo Cunha และทีมงานของ Forix ได้ใช้เวลาในการทำงานเพื่อจะอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในการแข่งขันรถแข่งรวมถึงเรื่องของล้อรถยนต์ทั้ง 4 ล้อไปจนถึงตัวมอเตอร์ไว้อย่างครบถ้วน อย่างที่เรียกได้ว่ามีการเก็บทุกสถิติในโลกที่เกี่ยวข้องกับการแข่งรถที่แฟน ๆ ให้ความสนใจก็ว่าได้

ในบางช่วงที่มีซีซั่นการแข่งขันทีมงานของพวกเขาต้องทำงานกันอย่างต่อเนื่องถึง 18 ชั่วโมง อย่างไม่มีวันหยุดรวมถึงวันอาทิตย์ ทำให้ตอนนี้ Forix มีข้อมูลการแข่งขันรถทั้งสิ้น 515 ซีรีย์ทั้งที่มีการจัดแข่งขันขึ้นในปี 2018 และรายการที่ไม่มีการจัด มีข้อมูลผลการแข่งขันกว่า 52,000 สนาม รวมถึงข้อมูลของนักแข่งกว่า 70,000 คนและรถแข่งกว่า 6,000 คัน

จากงานอดิเรกนำไปสู่การเก็บสถิติระดับโลก

Jaoa Paulo Cunha กล่าวว่า ตอนแรกการเก็บข้อมูลเหล่านี้ก็เหมือนจะเป็นงานอดิเรก เนื่องจากเขาเป็นแฟนตัวยงของการแข่งขันรถ F1 เขาก็เลยตามเก็บข้อมูลที่เกิดขึ้นแล้วบันทึกลงไปในคอมพิวเตอร์และทำมันมาอย่างต่อเนื่องจนเริ่มกลายเป็นงานที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุด Forix ก็ได้กลายเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ที่ทำการเก็บรวบรวมและประมวลผลสถิติต่าง ให้กับการจัดแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตและเข้าร่วมเป็นเครือข่ายพันธมิตรของการแข่งขันทั้งหลายเรื่อยมาตั้งแต่ปี 2016 นับจากวันนั้นถึงวันนี้นับเป็นระยะเวลาถึง 50 ปีของ Jaoa Paulo Cunha เรียกได้ว่าทำมาตั้งแต่หนุ่มจนแก่เลยทีเดียว และสาเหตุที่เขาเลือกที่ตั้งในการทำงานอยู่ที่เกาะ Azores ก็เนื่องจากสะดวกสำหรับการเก็บข้อมูลการแข่งขันที่อยู่ในสนามของแต่ละประเทศซึ่งมี Timezone แตกต่างกันนั่นเอง

สำหรับความแม่นยำของการเก็บข้อมูลนั้น Jaoa Paulo Cunha ยังกล่าวต่อว่า ในบางครั้งการเก็บข้อมูลของ Forix ยังมีความแม่นยำกว่าการเก็บข้อมูลของผู้จัดงานเสียอีก ทำให้บริษัทมีส่วนช่วยในการเก็บสถิติของมอเตอร์สปอร์ตได้มากจนได้รับการยอมรับและได้รับความเชื่อถือจากเหล่าผู้จัดระดับโลก

สำหรับแฟน ๆ ที่สนใจการเก็บข้อมูลการแข่งรถระดับโลกซีรีย์ต่าง ๆ จาก Forix คุณสามารถค้นหาข้อมูลและเข้าถึงบริการในรูปแบบต่าง ๆ ได้ทางออนไลน์

Brad Keselowski พา Ford New Mustang คว้าแชมป์ NASCAR CUP ฤดูกาลแรกปี 2019

Brad Keselowski กลับมาผงาดสังเวียนการแข่งรถระดับโลกอีกครั้งสำหรับฤดูกาลแรกของถ้วย NASCAR CUP ของปี 2019 โดยครั้งนี้เขาได้พา Ford New Mustang รถสปอร์ตรุ่นใหม่จากค่ายฟอร์ดเข้าเส้นไปได้หลังฟื้นจากอาการป่วย 

Brad Keselowski กลับคืนสังเวียน

                Bladley Asron Keselowski เป็นนักแข่งรถมืออาชีพชาวอเมริกันที่เชื่อว่าแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตคงจะรู้จักและได้ติดตามผลงานของเขากันมาบ้าง เพราะ Brad เริ่มเข้าสู่วงการนักแข่งมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2004 อีกทั้งยังสร้างสถิติเป็นนักแข่งคนที่ 2 ในจำนวนทั้งหมด 4 คน ที่สามารถคว้าแชมป์ทั้งถ้วย Series Cup และ Xfinity Series ได้ในคราวเดียวกัน อีกทั้งยังเป็นนักแข่งคนที่ 25 ที่สามารถเอาชนะการแข่งขันทั้ง 3 ซีรีย์ของ NASCAR ไปได้อีกด้วย

ก่อนที่จะเริ่มการแข่งขันฤดูกาล 2019 นี้ Brad Keselowski ต้องเจอกับอาการป่วย แต่เขาก็สามารถฟื้นร่างกายเพื่อกลับมาลงแข่งซีซั่นแรกของ NASCAR CUP 2019 และคว้าถ้วยไปครองได้ในที่สุด     
               

Brad Keselowski  ซิ่ง Ford New Mustang คว้าแชมป์ NASCAR CUP 2019

                การแข่งขันซีซั่นแรกของ NASCAR CUP 2019 ที่ผ่านมา Brad Keselowski ที่ฟื้นจากอาการป่วยได้ลงแข่งขันโดยใช้รถสปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Ford Mustang ลงแข่งที่สนาม Atlanta ซึ่งถือเป็นรางวัลจากการฝึกซ้อมอย่างหนัก ทำให้ Brad คว้าแชมป์ในรอบสุดท้ายของการแข่งขันและสามารถคว้าถ้วยชนะเลิศในรายการซีรีย์เป็นครั้งที่ 28 และถือเป็นนักแข่งที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของทีม Penske  

                ในการแข่งขันครั้งนี้ Brad Keselowski ขึ้นเป็นผู้นำได้ถึง 293 รอบ จากทั้งหมด 325 รอบ และเมื่อเขาสามารถแซงเพื่อนร่วมทีมอย่าง Joey Logano ที่มีลุ้นในถ้วยใบนี้เช่นเดียวกันไปได้จึงทำให้ Brad Keselowski เริ่มเป็นผู้นำอย่างต่อเนื่องในรอบต่อ ๆ มา จนเข้าเส้นชัยและคว้าถ้วยไปได้ในที่สุด

                นอกจาก Brad Keselowski แล้ว Erik Jones, Polesitter Aric Almirola, Chris Buescher และ Daniel Suarez ยังเป็นนักแข่งที่ติดอันดับผู้ที่สามารถทำคะแนนได้สูงสุดสำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ ส่วน Kyle Larson ผู้ที่เอาชนะในนัดเปิดการแข่งขันและผู้ที่สามารถขึ้นเป็นผู้นำได้ถึง 142 รอบ ทำได้เพียงแค่อันดับที่ 12 สำหรับซีซั่นนี้เท่านั้นเนื่องจากต้องเจอกับปัญหารถตกหลุมในการแข่งขัน Stage ที่ 2 อีกทั้งยังมีนักแข่งอีกหลายคนที่หลุดจากตำแหน่งผู้นำเนื่องจากเจอปัญหาคล้าย ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็น Ryan Blaney และ Jimmie Johnson อดีตแชมป์ 7 สมัย ที่ขับ Chevrolet เข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 24 ในการแข่งขันครั้งนี้

                ส่วนผู้ที่เข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 2 รองจาก Brad Keselowski คือ Martin Trux Jr. จากทีม Joe Gibbs Racing กับรถสปอร์ตจาก Toyota ส่วนอันดับ 3 คือ Kurt Busch จากทีม Chip Ganassi Racing กับรถสปอร์ตจาก Chevrolet ส่วนในซีซั่นต่อไปของ NASCAR CUP 2019 ก็ต้องติดตามกันว่านักแข่งคนใดที่จะสามารถคว้าถ้วยไปครองได้

F1 2019 สิ่งที่พลาดไม่ได้สำหรับแฟน ๆ รถแข่งสูตร 1

                อีกไม่กี่เดือนการแข่งขันรถ F1 ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนท์รถแข่งอันดับ 1 ของโลกก็จะเริ่มขึ้นแล้ว ในปีหน้าจะมีเหตุการณ์อะไรที่น่าสนใจ และทีมไหนรวมถึงนักแข่งคนใดที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ วันนี้เราจะมาชี้เป้าให้กับแฟน ๆ ได้เตรียมความพร้อมและทำการบ้านก่อนการเปิดสนามกัน

โอกาสของ Redbull

นับเป็นฤดูกาลที่ 5 ติดต่อกันแล้วที่ Redbull ไม่สามารถคว้าแชมป์ F1 ได้หลังจากที่เคยทำสำเร็จมาก่อน เนื่องจากทีมงานของ Milton Keynes ไม่ได้เอาเครื่องยนต์เทอร์โบ V6 แบบไฮบริดมาใช้ทำให้เครื่องยนต์ Renault ไม่สามารถทำงานได้เต็มประสทธิภาพ แต่ถึงอย่างไรก็ตามสำหรับฤดูกาล 2019 ที่ Redbull ได้จับมือกับทีมฮอนด้านั้น เชื่อว่าในการจับมือกันครั้งนี้จะสามารถสร้างความตื่นเต้น สามารถพัฒนาศักยภาพของเครื่องยนต์และทำให้แฟน ๆ ของ Redbull ได้ลุ้นกับการคว้าแชมป์ในฤดูกาลใหม่อีกครั้ง

ผลงานของ Halmilton

สำหรับฤดูกาลหน้าก็คงต้องติดตามว่าแชมป์โลกอย่าง Halmilton จะสามารถรักษาระดับของฝีมือและรักษาตำแหน่งแชมป์ไว้ได้หรือไม่ เพราะตอนนี้ Halmilton ได้ถูกจัดอยู่ในอันดับเดียวกับ Michael Schumacher และ Juan Manuel เรียบร้อยแล้ว และผลงานของเขาในปี 2018 ก็ถือเป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จที่สุดของนักแข่งชาวอังกฤษผู้นี้อีกทั้งเค้ายังได้ต่อสัญญากับทีม Mercedes ไปจนถึงปี 2020 เป็นที่เรียบร้อยแล้วอีกด้วย

Vettle กับทีม Ferrari

ถือเป็นสิ่งที่ต้องแก้ไขเพื่อนำไปสู่การคว้าชัยชนะให้ได้สำหรับ Vettle และทีม Ferrari เพราะจากผลงานปี 2018 จะเห็นได้ว่าเขาเฉียดฉิวที่จะได้แชมป์เต็มที หากไม่เกิดความผิดพลาดของทีมเสียก่อน ซึ่งถือเป็นการบ้านที่ใหญ่หลวงของทีมงานเฟอร์รารี่รวมถึงนักแข่งที่ต้องใช้การประสานงาน ความสามัคคีและความร่วมมือร่วมใจกันอย่างหนักเพื่อเปลี่ยนแปลงและแก้ไขข้อผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีกให้ได้ ซึ่งล่าสุดเฟอร์รารี่จะเป็นทีมแรกที่ทำการเปิดตัวรถแข่งที่จะใช้ในการแข่งขัน Formula 1 ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2019 ซึ่งทีมงานของเฟอร์รารี่ได้ทำการปรับปรุงและพัฒนารถที่ชื่อว่า Maranello โปรเจค 670 มาเป็นระยะเวลานานหลายเดือนแล้ว รวมถึงนักแข่งอย่าง Vettle และ Scuderia ก็ได้ทำการต่อสัญญากับเฟอร์รารี่เรียบร้อยแล้วเช่นเดียวกัน

Renault กับ MaLaren

                ล่าสุด Renault ได้ออกมาบอกว่าตอนนี้เขาได้ค้นพบเครื่องยนต์ที่สามารถให้กิโลวัตต์ที่มากกว่าเพื่อใช้บรรจุในรถแข่งของทีม McLaren ได้แล้ว จากในปีที่แล้วที่ทีมวิศวกรชาวฝรั่งเศสโชว์ผลงานได้ไม่นัก แต่สำหรับปี 2019 เชื่อว่าเครื่องยนต์ของ Renault จะได้รับการพัฒนาและมีศักยภาพมากกว่าเก่า อีกทั้งทีม McLaren ยังเชื่อว่าการแก้ข้อผิดพลาดที่นำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาในครั้งนี้จะทำให้รถแข่งของทีม McLaren สามารถทำผลงานในปี 2019 ได้อย่างดีเยี่ยม

สำหรับปฏิทินการแข่งขันของ F1 ฤดูกาล 2019 ได้มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว โดยจะมีการแข่งขันรวมทั้งสิ้น 21 สนาม และจะเริ่มแข่งสนามแรกในวันที่ 17 มีนาคม 2562

Aston Martin เปิดตัวรถรุ่นใหม่ 2019 Aston Martin Valkyrie

ใครที่กำลังสนในข่าวคราวการเปิดตัวของค่ายรถสปอร์ตระดับโลกรุ่นใหม่ รับรองว่าจะไม่ผิดหวังหากคุณติดตามเว็บไซต์ของเรา เพราะวันนี้เราได้นำเอารถรุ่นใหม่ล่าสุดจากค่าย Aston Martin ที่จะวางจำหน่ายในปี 2019 มาฝากกัน

2019 Aston Martin Valkyrie

2019 Aston Martin Valkyrie จัดเป็นรถสปอร์ตไฮเปอร์คาร์ที่ไม่เหมือนใคร ด้วยเครื่องยนต์ V12 ที่จัดเป็นเครื่องยนต์ที่มีสมรรถนะสูงสุดที่สามารถสร้างความตื่นเต้นและเร้าใจให้กับแฟน ๆ รถสปอร์ตได้เป็นอย่างดี

Cosworth บริษัทวิศวกรรมยักษ์ใหญ่ที่เป็นผู้พัฒนาเครื่องยนต์ยืนยันว่าเครื่องยนต์ V12 ของ Valkyrie เป็นเครื่องยนต์ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 1,000 แรงม้าและสามารถทำรอบได้สูงสุดถึง 10,500 รอบต่อนาที ไม่เพียงเครื่องยนต์ที่ออกแบบมาให้มีศักยภาพเหมือนรถแข่งเท่านั้นรูปแบบการดีไซน์ของรถคันนี้ยังถูกออกแบบมาให้เหมือนกับรถแข่งอีกด้วย พร้อมกับการติดตั้งระบบให้สามารถควบคุมการปล่อยมลพิษตามกฎของ World Master Test

Cosworth ตั้งเป้าไว้ว่าเครื่องยนต์ของรถคันนี้จะสามารถรองรับการใช้งานได้ถึง 100,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมงสำหรับผู้ขับขี่ที่ดูแลรักษารถยนต์คันนี้เป็นประจำ อีกทั้งระบบ Hybrid ซึ่งเป็นจุดเด่นของรถคันนี้ยังเป็นปัจจัยที่ช่วยขับเคลื่อนการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ช่วยขับเคลื่อนเครื่องยนต์ได้เป็นอย่างดี

การออกแบบภายนอกและภายในรถ

                รูปลักษณ์ของรถรุ่นนี้เป็นผลงานการออกแบบของ Adrian Newey ผู้ออกแบบรถแข่งที่ทีม RedBull ใช้ในการแข่งขัน Formula 1 ซึ่งเคยคว้าแชมป์มาแล้วหลายสมัย และได้เอาชื่อรถ Valkyrie มาตั้งเป็นชื่อรุ่นของรถยนต์ Aston Martin รุ่นใหม่นี้เช่นเดียวกัน เนื่องจากคุณสมบัติของรถไฮเปอร์คาร์ที่มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษอีกทั้งยังมีวงจรของเครื่องยนต์ที่มีความเร็วเทียบเท่ากับรถแข่ง F1

รถสปอร์ตที่มีลักษณะภายนอกแข็งแกร่งและแข็งกร้าวคันนี้ดูเหมือนว่าโครงรถจะไม่สามารถปกปิดตัวฐานของรถได้อย่างมิดชิด ท่ออากาศขนาดใหญ่ 2 ท่อที่อยู่ใต้โครงฐานทำหน้าที่ช่วยเพิ่มแรงกดในขณะที่รถวิ่งด้วยความเร็วสูงเช่นเดียวกับปีกขนาดเล็กที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งถูกติดตั้งไว้ที่กันชนด้านหน้า

การตกแต่งภายในเป็นการออกแบบที่ปราศจากความหรูหราใด ๆ แต่เน้นไปที่การทำให้รถมีน้ำหนักเบาเพื่อช่วยรักษาความเสถียรในการทรงตัวในขณะเข้าโค้งและเพื่อช่วยให้ประหยัดน้ำมันเป็นหลัก แต่สิ่งหนึ่งที่มีความหรูหราอย่างเหนือระดับก็คือจอดิจิตอล 2 จอที่อยู่บริเวณด้านหน้าคนขับ

สำหรับการวางจำหน่ายของ Aston Martin Valkyrie รุ่นปี 2019 นั้น ตอนนี้ได้มีการผลิตรถตัวอย่างสำหรับ Road Going Valkyrie และ Track – Only Valkyrie AMP Pro เพียงแค่ 150 คันเท่านั้น ซึ่ง Aston Martin กล่าวว่าในอนาคตจะมีการผลิตเพิ่มขึ้นหาก Aston Martin Valkyrie รุ่นปี 2019 ได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการของตลาด ส่วนเรื่องราคาตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยออกมา แต่แน่นอนว่ารถยนต์รุ่นนี้ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ซื้อเฉพาะกลุ่ม Hi End เท่านั้น

BMW 8 series Gran Coupe รถสปอร์ตมาแรงที่น่าจับตามองในปี 2019

หนึ่งในค่ายรถสปอร์ตที่ผู้ขับขี่สามารถซื้อมาใช้ขับบนท้องถนนได้ก็คือ BMW ที่ตอนนี้ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ที่น่าสนใจสำหรับปีหน้ากันเรียบร้อยแล้ว วันนี้เราจึงได้นำเอารถยนต์สปอร์ตสุดหรู BMW 8 series Gran Coupe รุ่นใหม่ปี 2019 มารีวิวถึงสมรรถนะทั้งภายในและภายนอกให้คนที่กำลังเลือกเล็งอยากได้รถสปอร์ตคันใหม่ได้พิจารณากัน

สเปคและรูปลักษณ์ภายนอก

                BMW 8 series Gran Coupe รุ่นใหม่ปี 2019 ได้รับการเปิดตัวเป็นครั้งแรกเรียบร้อยแล้วที่งานมอเตอร์โชว์ที่จัดขึ้นที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยในครั้งนี้เราได้เห็นการปรับโฉมครั้งใหม่ของรถรุ่นนี้ด้วยการออกแบบตะแกรงโครเมียมขนาดใหญ่เป็นโครงด้านนอก ขนาบข้างด้วยไฟหน้า LED แบบเพรียวบางที่มีเอกลักษณ์ในแบบฉบับของ BMW โดยเฉพาะ กันชนด้านล่างออกแบบมาในโมเดล M850i พร้อมระบบทำความเย็นแบบพิเศษที่ส่งตรงไปยังเครื่องยนต์และระบบเบรก

รถยนต์ BMW 8 series Gran Coupe 2019 จะให้คุณเข้าถึงสัมผัสของ BMW Series 8 อย่างแท้จริง ด้วยความยาวของตัวรถถึง 5 เมตร ทำให้ขนาดของประตูหลังค่อนข้างใหญ่ช่วยให้คนนั่งมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นเพื่อความปลอดภัยให้สามารถรองรับตัวรถที่มีโครงสร้างขนาดใหญ่ได้ รถคันนี้ยังมีล้ออัลลอยด์ที่มีขนาดใหญ่ถึง 20 นิ้วด้วย

การตกแต่งภายใน  

                BMW 8 series Gran Coupe ถูกออกแบบมาให้ผู้ขับขี่ใช้งานได้อย่างง่ายดาย รวมถึงความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารที่นั่งข้างหลัง รวมถึงขนาดภายในที่ออกแบบให้มีความกว้างขวางรองรับทุกอิริยาบถของผู้โดยสารได้เป็นอย่างดี ไม่คับแคบเหมือนรถสปอร์ตรุ่นอื่น ๆ พร้อมหน้าต่างบานเล็กด้านข้าง จอควบคุมด้านหน้ามีขนาดใหญ่พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งาน iDrive Control เพื่อให้คนขับสามารถควบคุมการทำงานต่าง ๆ และสามารถมองเห็นสถานะต่าง ๆ ของรถได้  

ศักยภาพที่เหนือกว่า

                ปิดท้ายด้วยเรื่องของสมรรถนะ รถยนต์สปอร์ต BMW 8 series Gran Coupe คันนี้จะมีให้เลือกทั้งแบบเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล พร้อมกระปุกเกียร์แบบอัตโนมัติ 8 สปีด ควบคู่กับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อและพวงมาลัยแบบ 4 ล้อเช่นเดียวกัน โมเดล M850i ให้ประสิทธิภาพสูงสุดด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.4 ลิตรแบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ความแรง 530 แรงม้า เพียงพอที่จะทำให้รถเก๋งขนาดใหญ่สามารถเร่งเครื่องจาก 0-62 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ในเวลาไม่กี่วินาที ด้วยแรงบิด 1,800 รอบต่อนาที และเนื่องจากการโหลดที่ต่ำลงทำให้รถยนต์สปอร์ตของ BMW รุ่นนี้สามารถประหยัดเชื้อเพลิงได้ 28.3 mpg

สำหรับราคาของ BMW 8 series Gran Coupe 4 ประตูคันนี้จะอยู่ที่ประมาณ 80,000 ปอนด์ ซึ่งหากจะเปรียบเทียบกับคู่แข่งในแวดวงรถสปอร์ตด้วยกันก็สามารถเทียบได้กับ Porsche Panama และ Mercedes CLS รุ่นไฮเอน สำหรับในประเทศไทย ราคาจะเปิดตัวที่เท่าไหร่ คงจะต้องติดตามกันอีกครั้งในช่วงกลางปี 2019

Lewis Halmilton แชมป์ F1 อายุน้อยที่สุดในโลก

เมื่อพูดถึงชื่อของนักแข่งรถสูตร 1 ที่มาแรงที่สุดในตอนนี้จะเป็นใครไปไม่ได้ ก็คงต้องเป็นแชมป์ F1 คนล่าสุดที่สามารถคว้าถ้วยรางวัลให้กับทีม Mercedes ไปได้ วันนี้เราจึงจะพาไปคุณรู้จักกับ Lewis Halmilton นักแข่งรถชาวอังกฤษที่ได้ชื่อว่าเป็นแชมป์ F1 ที่อายุน้อยที่สุดในโลก

ทำความรู้จักกับ Lewis Halmilton      

                Lewis Halmilton เป็นนักแข่งรถชาวอังกฤษ ปัจจุบันอายุ 33 ปีที่ทำสถิติคว้าแชมป์โลกในการแข่งขันรถสูตร 1 ให้กับทีม Mercedes AMP Petrrnas ได้ถึง 5 ครั้งจนเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักแข่งที่ดีที่สุดและอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์วงการการแข่งรถ

จุดเริ่มต้นการเป็นนักแข่ง

Lewis Halmilton เกิดและโตที่เมือง Stevenage, Hertfordshire ใกล้กับกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ โดยเขาได้เริ่มสนใจเรื่องการแข่งรถตั้งแต่ตอนที่พ่อเขาซื้อรถแข่งบังคับวิทยุให้ตอนอายุ 6 ขวบ ต่อด้วยการเริ่มขับรถโกคาร์ทและเริ่มเข้าสู่วงการการแข่งรถโดยการสนับสนุนของบิดา Halmilton ได้เริ่มเข้าแข่งขันโกคาร์ทตั้งแต่ปี 1993 คือตอนที่เขามีอายุแค่เพียง 8 ขวบและได้แชมป์อันดับ 1 หลังจากนั้น 2 ปีต่อมาเขาก็ได้เข้าไปเสนอตัวเองกับทีม McLaren โดยเขาเชื่อว่าวันหนึ่งเขาจะได้มีโอกาสเข้าร่วมทีมและขับรถของ McLaren คว้าแชมป์ได้ เมื่อเขาอายุได้ 12 ปี  ทักษะการขับขี่ของเขาก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ และสามารถคว้าแชมป์ในรายการ Junior Yamaha ไปได้ในฤดูกาล 1997 และ 1998 จน McLaren เห็นความสามารถและได้เรียก Halmilton เข้าไปร่วมทีมและได้เซ็นต์สัญญาเป็นนักแข่งของ McLaren จนต่อมาก็ได้ไต่เต้าขึ้นเป็นนักแข่ง Formala 1 ของทีม McLaren ในที่สุด

เส้นทางสู่ความสำเร็จ

                ปี 2007 เป็นปีแรกที่ Halmilton ลงเป็นนักแข่งให้กับ McLaren ในสนามแข่งฟอร์มูล่าวัน โดยเขาสามารถเอาชนะได้ในสนาม Canadian Grand Prix ซึ่งถือเป็นชัยชนะครั้งแรกของเขาในการแข่งขัน Formula 1 จนต่อมาในปี 2008 เขาก็ได้พัฒนาความสามารถที่ต้องทำให้คนทั้งโลกได้ทึ่งเนื่องจากเขาได้ทำสถิติคว้าแชมป์ฟอร์มูล่าวันที่มีอายุน้อยที่สุดในโลกมาครองในฐานะนักแข่งของทีม McLaren จนกระทั่งปี 2013 Halmilton ได้ย้ายมาเข้าร่วมทีมกับ Mercedes และสามารถคว้าแชมป์ให้กับทีม Mercedes ได้ อีกทั้งสามารถรักษาอันดับแชมป์ไว้ได้ในปี 2014 และปี 2015 และสามารถกลับมาคว้าตำแหน่งอันดับ 1 ของโลกได้ในปี 2017 และปี 2018 ซึ่งเป็นปีล่าสุด ถือเป็นนักแข่งที่มีอายุน้อยที่สุดที่สามารถคว้าแชมป์ให้กับทีม Mercedes ได้ถึง 5 ครั้ง จนได้รับการจารึกว่าเป็นนักแข่งรถที่ดีที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์การแข่งขัน Formula 1

สำหรับฤดูกาลปี 2019 ที่กำลังจะมาถึง  Halmilton ก็จะยังคงเป็นนักแข่งให้กับทีม Mercedes และได้มีการต่อสัญญาไปจนถึงปี 2020 ซึ่งเขาเชื่อว่าจะสามารถคว้าแชมป์และรักษาตำแหน่งแชมป์โลกเอาไว้ได้อีกครั้ง

รวมเหตุการณ์ยอดเยี่ยมและยอดแย่จากสนามแข่ง F1 ปี 2018

ปิดฉากกันไปแล้วกับการแข่งขัน Formula 1 ฤดูกาล 2018 ที่มีทั้งความตื่นเต้นและสามารถรักษาเอกลักษณ์และมาตรฐานการเป็นทัวร์นาเมนท์การแข่งขันรถทัวร์นาเมนท์สูงสุดระดับโลกเอาไว้ได้เป็นอย่างดี โดยในปีนี้ Lewis Hamilton จาก Mercedes สามารถคว้าแชมป์ F1 ไปได้ วันนี้เราจึงได้นำเอาเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งยอดเยี่ยมและยอดแย่มาฝากกัน

นักแข่งที่ดีที่สุด

                จากผลงานของ Hamilton ที่ Monza ที่เขาสามารถสร้างความกดดันให้กับ Kimi Raikkonen และ Sebastian Vettel ในตักแรกจาก 3 ตาราง ที่เมื่อ Vettel ได้ทิ้งช่องว่างไว้ที่เลนด้านซ้าย ทำให้ Hamilton สามารถแทรกเข้าไปในเลนที่ว่างเพื่อหาโอกาสการแซงได้ หลังจากนั้น Hamilton ก็ไล่บี้ Raikkonen อย่างหนักก่อนจะต้องพัก เนื่องจากยางรถทำงานหนักเกินไป แต่ก็สามารถกลับมาลงสนามได้อย่างรวดเร็วและสามารถแซง Raikkonen ได้ในที่สุด

รายการแข่งขันที่ดีที่สุด

                Italian Gran Pix ถือเป็นรายการแข่งขันที่ดีที่สุดของปี 2018 เนื่องจากให้ความรู้สึกของบรรยากาศการแข่งขันในอดีตกลับมาอีกครั้ง

รถแข่งที่ดีที่สุด

Mercedes และ Ferrari ถือว่ายังคงสูสีทั้งในด้านของตัวรถและเครื่องยนต์ แต่จากการคว้าแชมป์ของ Mercedes ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า Mercedes สามารถทำความเร็วได้ดีกว่า Ferrari 0.124 วินาที ในขณะที่ Ferrari ก็ยังคงโต้แย้งว่ายังไง Ferrari ก็เป็นรถที่ทำความเร็วได้ดีกว่า Mercedes อยู่แล้ว หรือว่าผลงานในครั้งนี้ต้องยกให้เป็นความสำเร็จและความดีความชอบของนักแข่งอย่าง Hamilton เพราะฤดูกาลนี้ถือเป็นฤดูกาลที่ดีที่สุดของเขาเลยก็ว่าได้

การตัดสินใจที่ดีที่สุด

                การตัดสินใจที่ดีที่สุดจากทัวร์นาเมนท์นี้ก็คือการที่ Ferrari เลือก Charles Leclerc สำหรับการแข่งขันในปี 2019 เพราะเขาสามารถโชว์ฟอร์มได้ดีมาก ถึงแม้ว่าในช่วงแรกอาจโชว์ฟอร์มได้แบบสั่นคลอนเล็กน้อย แต่พอจบฤดูกาลผลงานของเขาก็ถือว่าทำได้ดีเป็นนักแข่งที่มีข้อบกพร่องน้อยมาก และเชื่อว่าการแข่งขันกับ Vettle ในปีหน้าคงจะต้องมันส์และได้ลุ้นกับแบบหืดขึ้นคออย่างแน่นอน

ความผิดพลาดที่แย่ที่สุด

ความผิดพลาดที่แย่ที่สุดสำหรับฤดูกาล 2018 ก็คือการที่ Sebastian Vettle โดยแซงจากการนำในการแข่งขัน German Grand Prix ซึ่งเป็นบ้านเกิดของตัวเอง ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ทำให้อดีตแชมป์โลก 4 สมัยเสียหน้ามากที่สุด และเป็นความผิดพลาดที่นำไปสู่ชัยชนะของ Hamilton ที่ทั้ง Vettle และทีม Ferrari ไม่สามารถกู้หน้าและคว้าถ้วยกลับมาครองได้

การตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุด

การตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุดก็คือการที่ทีม Ferrari ส่งรถออกผิดอันดับในการแข่งขัน Italian Grand Prix ทั้ง ๆ ทำให้ Vettle ที่น่าจะเป็นผู้นำและเอาชนะไปในสนามนี้ได้ แต่กลับต้องเสียตำแหน่งให้ Hamilton  และพลาดโอกาสการได้แชมป์ไปในที่สุด

สำหรับฤดูกาลหน้าก็คงต้องติดตามกันว่า Ferrari จะกลับมาทวงบัลลังก์แชมป์สนาม F1 ได้หรือไม่

อเล็กซานเดอร์ อัลบอน นักแข่งรถสัญชาติไทยที่จะได้ลงสู้ศึก F1 ฤดูกาล 2019

อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของคนไทย ที่วันนี้เราได้มีนักแข่งรถสัญชาติไทยที่จะได้ไปลงสู้ศึกในสนามแข่งรถที่ใหญ่และเป็นอันดับ 1 ของโลกนั่นก็คือการแข่งรถฟอร์มูล่า 1 “อเล็กซานเดอร์ อัลบอน” คนนี้เป็นใคร เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับเค้าคนนี้กัน

ทำความรู้จักกับอเล็กซานเดอร์ อัลบอน       

                อเล็กซานเดอร์ อัลบอนเป็นนักแข่งรถลูกครึ่งไทย-อังกฤษ เกิดที่กรุงลอนดอนปัจจุบันอายุ 22 ปี ซึ่งล่าสุดได้เข้าร่วมการแข่งขันรถ FIFA Formula 2 Championship ฤดูกาล 2018 และได้เซ็นต์สัญญากับ Toro Rosso สำหรับการแข่งขัน Formula One World Championship ฤดูกาล 2019 เรียบร้อยแล้ว

จุดเริ่มต้นของการเป็นนักแข่ง

จุดเริ่มต้นการแข่งรถของอัลบอนเกิดขึ้นตั้งแต่เขาอายุยังน้อยโดยเริ่มจากการเป็นนักแข่งรถโกคาร์ทตั้งแต่ปี 2006 – 2010 และถือเป็นนักแข่งที่ประสบความสำเร็จในรายการแข่งขันมากมาย ได้แก่ รายการ Super  Honda National Championship ตั้งแต่ปี 2006 -2009 มาจนถึงรายการ 2010 European Championship โดยได้รับการสนับสนุนจากพ่อซึ่งเคยเป็นอดีตนักแข่งรถเช่นเดียวกัน หลังจากนั้นเขาก็ได้ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีม Red Bull Junior ในปี 2012 และได้รับการเลื่อนขั้นให้เป็นนักแข่งสำหรับฤดูกาล Eurocup Formula Renault 2.0 2012 และเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 38 จากทั้งหมด 49 คัน หลังจากนั้นในปี 2015 อัลบอนก็ได้ย้ายมาลงแข่งในสนามที่ใหญ่ขึ้นคือ European Formula 3 แล้วแสดงความสามารถเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 7 หลังจากนั้นอีก 1 ปีต่อมาอัลบอนก็ได้เซ็นต์สัญญากับ ART ในการแข่งขัน GT3 Series และได้แชมป์โดยเขาทำหน้าที่เป็นนักแข่งคนที่ 2 ของทีมและล่าสุดในปี 2018 เขาก็ได้เข้าร่วมการแข่งขัน FIFA Formula 2 Championship และเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 10 ซึ่งถือเป็นผลงานที่ไม่เลวสำหรับการเข้าร่วมแข่งขันเป็นปีแรก และได้ทำการเซ็นต์สัญญาเพื่อร่วมเป็นหนึ่งในนักแข่งของทีม Nissan edams สำหรับการแข่งขัน Formula E ฤดูกาล 2018-2019

การเซ็นต์สัญญาเพื่อร่วมแข่งรถสูตรหนึ่ง

                เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมาได้รับการยืนยันว่าอัลบอนได้รับการปล่อยตัวจากสัญญาของ Nissan edams ที่เซ็นต์ไว้และในวันเดียวกันนั้นเองเขาก็ได้เซ็นต์สัญญาเข้าร่วมทีมกับ Toro Rosso เพื่อลงแข่งขันในสนาม Formula 1 ฤดูกาล 2019 อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ซึ่งถือเป็นการกลับมาร่วมงานกับสปอนเซอร์หลักอย่าง Red Bull อีกครั้ง

การเซ็นต์สัญญาครั้งนี้ทำให้อเล็กซานเดอร์ อัลบอนถือเป็นนักแข่งสัญชาติไทยคนที่ 2 ที่สร้างประวัติศาสตร์การลงแข่งในสนามรถสูตร 1 ถือเป็นความภูมิใจของชาวไทยที่มีนักแข่งสามารถก้าวสู่ทัวร์นาเมนท์การแข่งรถระดับโลกได้ ใครเป็นแฟนมอเตอร์สปอร์ตก็อย่าลืมคอยเชียร์และเป็นกำลังใจให้กับอเล็กซานเดอร์ อัลบอน หนุ่มลูกครึ่งไทยอังกฤษคนนี้กันด้วย