แรลลี่โลกการแข่งขันที่สนุกสนานและดุดัน

การแข่งขันรถยนต์มีด้วยกันหลากหลายรูปแบบ ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเสริมอรรถรสในชีวิตให้มีความสนุกสนาน ตื่นเต้น เร้าใจ พร้อมทั้งท้าทายบทบาทในความเป็นมนุษย์ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองไปสู่อีกระดับความมันส์ในชีวิต และหนึ่งการแข่งขันรถยนต์ที่มีผู้ชื่นชอบและติดตามอีกหนึ่งรายการคือ การแข่งขันรถยนต์แบบแรลลี่ ที่มาพร้อมกับความดุดันและสวยงาม พร้อมทั้งมีกิจกรรมระหว่างทางที่สร้างความสนุกสนานให้เกิดขึ้นในการแข่งขันอีกด้วย

การแข่งขันแบบแรลลี่ได้ถูกจัดขึ้นโดยสมาพันธ์รถยนต์นานาชาติหรือ FIA โดยใช้ชื่อว่า World Rally Championship หรือ (WRC)  ซึ่งหลังจากมีจัดการแข่งขันรถยนต์ประเภทแรลลี่เกิดขึ้นผู้คนได้เรียกการแข่งขันรายการนี้ในอีกชื่อหนึ่งว่าการแข่งขันรถยนต์ทางฝุ่นชิงแชมป์โลก เพราะเป็นการแข่งขันที่ไม่มีสนามแข่งใช้เพียงพื้นที่สาธารณะทั่วไปเป็นการแข่งขัน โดยมีการจัดการแข่งขันครั้งแรกในปี 1973 และทำการจัดการแข่งขันต่อมาจวบจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในปี1982-1986 เป็นปีที่ผู้คนนิยมทั้งในการรับชม และการฝึกขับรถยนต์แบบแรลลี่เป็นอย่างมาก

รูปแบบและกติกาการแข่งขันแรลลี่โลกมีการแข่งขันที่ใช้ถนนตามพื้นที่สาธารณะทั่วไปเป็นเส้นทางในการแข่งขันจากจุดเป้าหมายจุดหนึ่งไปยังจุดเป้าหมายอีกจุดหนึ่งจนกว่าจะถึงปลายทางเส้นชัยตามเวลาที่กำหนด โดยจุดเป้าหมายตามแต่ละที่จะถูกเรียกว่า TC (Timing Control)  และมีเลขต่อท้ายนับเรียงเริ่มจาก 1 ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะถึงสถานที่สุดท้าย ในการแข่งขันแรลลี่จะเริ่มต้นปล่อยรถที่เข้าร่วมแข่งขันตามเบอร์ที่ได้รับไปทีละคันพร้อมทั้งแจ้งเวลาที่กำหนดในการเดินทางไปยัง TC ต่าง ๆ ที่ได้กำหนดไว้ และเมื่อได้รับหมายกำหนดการในการเดินทางแล้วผู้เข้าแข่งขันจะต้องเดินทางไปยังจุดที่กำหนดไว้ให้ทันเวลาที่กำหนดในแต่ละจุดหมาย ถ้าผู้เข้าแข่งขันไปถึงช้าหรือเร็วกว่าเวลาที่กำหนดผู้เข้าแข่งขันจะเสียแต้มนาทีละ 1 คะแนน ซึ่งในระหว่างการเดินทางในการแข่งขันจะต้องคอยค้นหารหัสตรวจสอบในการผ่านทางหรือเรียกว่า RC (Rule Check) ที่ซ่อนไว้ตามทางให้พบอีกด้วย

ทั้งต้องทำเวลาในการแข่งขัน ทั้งต้องตะลุยในเส้นทางวิบากอันตรายที่ไม่คาดคิด และยังต้องค้นหาปริศนาที่ซ่อนไว้ตามเส้นทาง ทำให้การแข่งขันแรลลี่เป็นการแข่งขันที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ดุดัน และแข็งแกร่ง จนเป็นที่นิยมแพร่หลายไปทั่วทั้งโลก ซึ่งถ้าหากใครได้รับชมจะได้พบรถยนต์คันมหึมาราวกับราชสีห์ขับทะยานขึ้นบนเส้นทางวิบากอย่างองอาจแล้วถลาลงพื้นราวกับพญาอินทรีย์ที่ไม่สะทกสะท้านต่อความหฤโหดของผืนแผ่นดิน และหากใครได้เป็นผู้ชนะในการแข่งขันแรลลี่โลกจะถูกบันทึกไว้ในหอประวัติศาสตร์แรลลี่โลกอย่างสมเกียรติแห่งชัยชนะอีกด้วย

 

เส้นทางนักแข่งรถยนต์มืออาชีพที่ไม่ยากเกินความเป็นจริง

บนโลกนี้มีความฝันเกิดขึ้นมามากมายและเมื่อมีความฝันเกิดขึ้นมามากมายสิ่งที่ติดตามมาก็คือเส้นทางที่จะต้องเดินทางไปสู่ความความเป็นจริง ซึ่งไม่ว่าจะเป็นอาชีพคุณครู หมอ หรือนักธุรกิจ ล้วนแต่จำเป็นต้องมีเส้นทางการเดินไปให้ถึงจุดหมายที่ถูกต้องจึงจะสำเร็จได้ดั่งที่ตั้งใจ ดังนั้นถ้าหากจะทำให้ความฝันที่ตั้งใจไว้กลายเป็นความจริงได้จะต้องเลือกเดินบนเส้นทางที่ถูกต้องในหนทางของแต่ละอาชีพที่ใฝ่ฝันไว้จึงจะสามารถทำให้ความฝันกลายเป็นความจริงขึ้นมาได้

อาชีพนักแข่งรถยนต์เป็นอีกหนึ่งอาชีพความใฝ่ฝันของใครหลายต่อหลายคนที่ชอบความเร็ว ความท้าทายและความสวยงามบนท้องถนน ซึ่งหนทางที่จะไปถึงจุดการเป็นนักแข่งมืออาชีพที่แท้จริงได้นั้นไม่ใช่เรื่องยากเกินความเป็นจริงหากเพียงได้เดินบนเส้นทางที่ถูกต้องพร้อมกับสามารถไขว่คว้าโอกาสที่มาถึงได้ในการแข่งขันตามรายการแข่งขันรถยนต์มือสมัครเล่นต่าง ๆ

บนถนนเส้นทางการเป็นนักแข่งรถยนต์มืออาชีพที่ถูกต้องนั้นได้ถูกตั้งกฎเกณฑ์เป็นขั้นเป็นตอนที่ทำให้ทุกคนสามารถก้าวขึ้นไปถึงได้โดยง่าย โดยสามารถเริ่มต้นศึกษาจากสถาบันการสอนพื้นฐานสำหรับการเป็นนักแข่งรถที่ถูกต้องตามรูปแบบการขับขี่เพื่อแข่งขัน ต่อมาเมื่อเรียนรู้ขั้นพื้นฐานการขับขี่จนสำเร็จก็จะต้องฝึกทักษะการขับขี่แบบพิเศษเฉพาะสำหรับการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่เข้าโค้งสำหรับการแข่ง การใช้เบรกระหว่างการแข่ง รวมถึงการขับขี่หลบสิ่งกีดขวางตามหลักสูตรเฉพาะของสถาบัน พร้อมทั้งเรียนรู้กฎกติกาสำหรับการเป็นนักแข่งมืออาชีพให้ครบถ้วนก่อนที่จะไปขอใบอนุญาติขับแข่งจากราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย  ในพระบรมราชูปถัมภ์ (รยสท.) ซึ่งก็คือ FIA ของไทยเป็นขั้นตอนสุดท้าย และเมื่อได้รับใบอณุญาติเรียบร้อยจะสามารถนำใบรับรองนี้ไปลงแข่งขันในรายการใดก็ได้เป็นระยะเวลา 1 ปี เป็นอันสิ้นสุดเส้นทางการเป็นนักแข่งรถมืออาชีพในส่วนแรกของเส้นทางบนถนนสายนี้  ซึ่งในส่วนที่สองไม่มีอะไรพิเศษไปกว่าความสามารถที่แฝงอยู่ในตัว ที่จะสามารถสร้างชัยชนะหรือความประทับใจในการขับขี่แข่งขันมือสมัครเล่นตามรายการต่าง ๆ ให้เป็นที่ประจักษ์แก่บรรดาผู้สนับสนุนยักษ์ใหญ่ให้มาสนใจและเลือกให้ขึ้นมาเป็นนักแข่งรถยนต์มืออาชีพได้ในอนาคต

เมื่อเส้นทางถูกต้องความฝันก็จะชัดเจนขึ้นและเมื่อความฝันชัดเจนขึ้นความสุขในชีวิตก็จะติดตามมา การเป็นนักแข่งรถมืออาชีพเป็นสิ่งที่หลายคนมองดูว่าไม่อาจจะเป็นไปได้ แต่ถ้าหากได้ลองเรียนรู้และศึกษาอย่างถ่องแท้แล้วจะสามารถมองเห็นได้ว่าเส้นทางบนถนนสายนี้ก็ไม่ยากเกินความสามารถที่มนุษย์จะทำได้ และไม่ว่าจะเป็นความฝันไหนหากได้ศึกษาบนเส้นทางที่ถูกต้องอย่างแท้จริงแล้วก็ไม่อาจที่จะไม่เป็นจริง

 

เอฟวัน 2018 คำนำแห่งความเร็ว ก่อนถึง Monte-Carlo

เปิดฉากไปเรียบร้อยสำหรับการแข่งขันเอฟวันประจำปี 2018 ซึ่งตอนนี้บรรดาเหล่านักแข่งเอฟวันก็ได้เหยียบคันเร่งผ่านมาแล้วถึง 5 สนาม เป็นการผ่านโค้งแรกมาได้อย่างสวยงาม ปลอดภัย และไม่มีใครบาดเจ็บ จาก 5 สนามมีเรื่องราวความเร็วมากมายที่เกิดขึ้น มีการชิงไหวชิงพริบ ชิงจังหวะของการขึ้นเป็นผู้นำในกลุ่มของการแข่งขันอย่างสนุกสนานและเร้าใจ ก่อนจะถึงมอนติคาโล เดอะโมนาโก ในสนามที่ 6 ไปดูกันว่า เหล่าสุดยอดนักแข่งรถเอฟวัน ทิ้งคำนำของบทหนังสือแห่งความเร็วไว้ว่าอย่างไรบ้าง ก่อนที่จะเข้าสู่บทจริง

ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันเอฟวัน 2018 ในปีนี้เต็มไปด้วยเหล่าบรรดายักษ์ใหญ่แห่งวงการรถยนต์ ที่ตบเท้าเข้าร่วมแข่งกันอย่างคับคั่งเหมือนเคย พร้อมทั้งบรรดาสุดยอดนักขับเอฟวันที่ทั่วโลกต่างรู้จักกันดี อย่างเมอร์เซเดสมาคู่กับ ลูอิส แฮมิลตัน แชมป์ 3 สมัย และแชมป์เก่ารายล่าสุดจากปีที่แล้ว ทางด้านม้าลำพองฟอร์รารี่ส่ง เซบาสเตียน เวทเทล แชมป์ 4 สมัยมาท้าชิงบัลลังก์ปี 2018 ส่วนทัพเรดบูล กระทิงดุส่ง ดาเนียล ริคคิอาร์โด กระทิงมืดเตรียมมาเขย่าวงการ และยังมีม้ามืดฝีมือดีจากอีกหลายทีมชั้นนำของเอฟวันไม่ว่าจะเป็นจาด แม็คลาเร็น, ฮาสเอฟ วัน, โทโรรอสโซ, เรโนลต์,วิ ลเลียมส์ และฟอร์ซอินเดีย ทำให้บนสนามในปีนี้เต็มไปด้วยบริษัทรถแข่งชั้นนำจากทั่วโลกที่เข้าร่วมการแข่งขัน

การแข่งขันเอฟวัน 2018 ออกตัวอย่างฮือฮาด้วยการสตาร์ทคว้าแชมป์แรกประเดิมรายการของ เซบาสเตียน เวทเทล จากเฟอร์รารี่แชมป์ 4 สมัยของเอฟวัน ที่สนามแรกในเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ขึ้นเป็นผู้นำกลุ่มเอฟวัน และยังเดินหน้าคว้าแชมป์ในสนามที่ 2 ที่บาเรนห์ ขึ้นโพเดียมติดต่อกัน 2 ครั้ง และติดต่อกันใน 2 สนาม ก่อนที่จะโดนกระทิงมืดจากเรดบูล ส่งดาเนียล ริคาโด ลงมาปาดหน้าเขย่าวงการด้วยการคว้าแชมป์ที่สนาม 3 ในประเทศจีน และแชมป์เก่าก็ไม่สามารถจะทนไหว กระโดดลงมาร่วมวงกระชากแชมป์ที่โพเดียมที่ 4 ในสนามอาเซอร์ไบจาน เป็นการเปิดซิงปี 2018 ได้สำเร็จ และย้ำชัยชนะด้วยลวดลายของแชมป์เก่าที่สนามที่ 5 ประเทศเสปน ด้วยเวลา 1:35:29:972 คว้าแชมป์ 2 สนามติดต่อกัน และขึ้นเป็นผู้นำกลุ่มเอฟวันประจำปี 2018 ก่อนที่จะถึงสนามที่ 6 มอนติคาโล เดอะโมนาโก ด้วยคะแนนนำ 95 คะแนน

ช่วงการแข่งขันในโค้งแรกผ่านไปด้วยความเข้มข้น และยังจะเข้มข้นมากขึ้นกว่านี้อีก ตามบททดสอบของสนามที่เหลืออยู่ คำนำจากหน้าหนังสือพึ่งผ่านไปส่วนบทจริงกำลังจะเริ่มขึ้น จะเกิดแชมป์สามสนามติดต่อกันหรือไม่ และปลายทางของเอฟวัน ใครจะเป็นผู้พิชิต มาติดตามอ่านหนังสือแห่งความเร็วเล่มนี้ไปด้วยกัน

 

จิมคาน่า (Gymkhana) การเช็คสภาพรถที่แสนเร้าใจ

ในยุคปัจจุบันมีการแข่งขันสำหรับรถแข่งมากมาย ที่มุ่งเน้นไปที่ความเร็วของรถยนต์ และความแรงของเครื่องยนต์ แต่จิมคาน่ากลับเป็นกีฬามอเตอร์สปอร์ตที่แตกต่างออกไป เป็นการแข่งที่ใช้ความเร็วในการแข่งระดับต่ำถึงปานกลางในการแข่งขันเท่านั้น ไม่เน้นความเร็ว ไม่เน้นความแรงของเครื่องยนต์ เน้นแต่ทักษะเทคนิคการเข้าทำ ความสามารถในแต่ละจุด ที่ผู้ขับสามารถใช้ปัญญาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ และยังเป็นพื้นฐานการฝึกที่สำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นนักแข่งในอนาคต

จิมคาน่า (Gymkhana) เป็นการแข่งที่เรียกได้ว่า มีการใช้ต้นทุนจัดการแข่งขัน และทำทีมแข่งที่ต่ำที่สุดในการแข่งขันรถยนต์ เพราะแค่เริ่มต้นในการเลือกรถก็ไม่ต้องใช้อะไรมาก ขอเป็นเพียงรถยนต์ที่สามารถขับได้ ก็สามารเข้าแข่งจิมคาน่าได้ทันที รถบ้านทั่วไป รถที่เอาไว้ขับไปทำงานหรือไปซื้อกับข้าว ก็สามารถนำมาลงแข่งได้ โดยไม่ต้องตกแต่งเพิ่มเติมเรื่องเครื่องยนต์เข้าไปแม้แต่ชิ้นเดียว จิมคาน่าเป็นการแข่งขันที่ต้องนำรถลงแข่งก่อน แล้วจะรู้ว่าจะต้องทำยังไงกับรถดี รถที่นำมาแข่งมีความสามารสูงสุดแค่ไหน อะไหล่อะไรที่กำลังจะพังลงบ้าง จิมคาน่าจึงกลายเป็นบททดสอบวัดค่ารถ หรือเช็คสภาพรถที่ดีที่สุด ที่เราสามารถรับรู้และแก้ไขได้ด้วยตนเอง โดยที่ได้ของแถมคือความสนุกสนานเร้าใจไปกับมัน ซึ่งนอกจากความสนุกสนานแล้ว ยังได้เพิ่มเติมทักษะการขับรถในชีวิตประจำวันเข้าไปอีกด้วย การแข่งขันใช้รถแบบจิมคาน่า ไม่เหมือนการแข่งชนิดเซอร์กิตหรือดริฟท์ ที่ต้องเตรียมเครื่องยนต์หรือตกแต่งช่วงล่าง ส่วนประกอบต่าง ๆ  เพื่อเตรียมความพร้อมลงไปตลุยให้ทั่วสนาม โดยทั่วไปการแข่งจิมคาน่าจะจัดการแข่งตามลานกว้างทั่วไป โดยจะมีกรวยวางไว้เป็นตัวกำหนดเส้นทาง ซึ่งกฎกติกาหากใครขับโดนกรวยจะถูกเพิ่มเวลาเข้าไปอีก 2 วินาที ส่วนใครสามารถทำเวลาได้น้อยที่สุดก็จะเป็นผู้ชนะการแข่งขัน

เทคนิคในการมองสนามก่อนที่จะลงแข่งจริง สำหรับผู้ที่เริ่มใหม่หรือเรียกว่ามือใหม่นั้น ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการแข่งจิมคาน่าก็เหมือนกับแข่งในสนามแข่งทั่วไป โดยมีการนำกรวยไปวางไว้เป็นตัวกำหนดเส้นทาง แต่ในสนามนี้ไม่มีขอบสนามให้ได้เห็นเหมือนรายการแข่งขันอื่น ๆ จะเป็นแค่วิวโล่งบนลานกว้าง ซึ่งจะกลายเป็นบททดสอบที่ยากในการแข่งขันและจะประมาทในจุดนี้ไม่ได้ หากเข้าใจวิธีการและกติกาที่ได้อธิบายไปแล้ว ก็ควรนำรถที่บ้านออกมาเช็คสมรรถภาพรอได้เลย แล้วขับออกมาลุยการแข่งที่สนุกสนาน และแสนตื่นเต้น ในแบบที่ไม่มีที่ใหนให้ได้มากกว่าการแข่งขันนี้อีกแล้ว

 

รถธรรมดาที่ควรค่าแก่การฝึกดริฟท์

การดริฟท์เป็นกีฬามอเตอร์สปอร์ตอีกประเภทหนึ่ง ที่มีการจัดการแข่งขันขึ้นกันอย่างแพร่หลาย โดยใช้รูปแบบสนามการแข่งขันด้วยทางโค้ง และใช้ทักษะการควบคุมรถให้หมุนเป็นวงเข้าไลน์เส้นโค้งถนน การขับบนถนนสายดริฟท์นี้มีจุดเริ่มต้นมาจากประเทศญี่ปุ่น จากการแข่งขันกันบนภูเขาตามชนบท

ในความจริงรถธรรมดาทุกคันสามารทำการดริฟท์ได้หมือนรถที่ใช้แข่งขันในการดริฟท์ทั่วไป ขึ้นอยู่กับทักษะของผู้ขับว่าสามารถจะควบคุมให้มันทำการดริฟท์ได้มากน้อยแค่ไหน แต่ถึงแม้จะทำได้เหมือน ก็ไม่สามาถที่จะทำได้ดีเท่ากับรถที่เอาไว้ใช้สำหรับในการแข่งในสนามโดยเฉพาะ ส่วนที่รถธรรมดาสามารถดริฟท์ได้นั้น เกิดจากรถที่ผู้ผลิตสร้างมาให้ไว้แก้ปัญหาสำหรับการทรงตัวในเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ หรือสูญเสียการทรงตัวจากปัจจัยต่าง ๆ

ปัจจุบันได้มีการนำรถธรรมดาทั่วไปมาปรับแต่งให้เหมาะกับการแข่งขันในการดริฟท์มากขึ้น สำหรับผู้ที่ต้องการเรีบนรู้ทักษะการดริฟท์ โดยเริ่มต้นจากมองหารถธรรมดา น้ำหนักประมาณ 1.3 ตัน และใช้กำลังขับเคลื่อนจากด้านหลัง มีกำลังเครื่องยนต์ประมาณ 200 แรงม้าขึ้นไป พอที่จะทำให้ล้อสามารถปัดเป็นวงตามไลน์โค้งได้ นอกจากนี้การเลือกรถที่หาอะไหล่ช่วงล่างเปลี่ยนได้ง่าย จะทำให้ประหยัดในการตกแต่ง และซ่อมแซมมากกว่ารถที่หาอะไหล่เปลี่ยนยาก ส่วนตัวเครื่องสำหรับรถดริฟท์ โดยส่วนใหญ่จะไปหาเครื่องมาวางเข้าไปใหม่ โดยมีแบบเครื่องที่นิยม คือ อาร์บี เจวัน เจทู เอสอาร์ 20 ฝาแดง ฝาดำ เป็นเครื่องยนต์ที่เหมาะสำหรับการดริฟท์มากที่สุด เกียร์ที่ใช้ในการฝึกและทำการแข่งสำหรับนักขับดริฟท์ เกียร์ธรรมดาจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า เพราะทำให้เทคนิคในการเข้าทำไลน์ สามารถทำได้อย่างหลากหลายแนวทางและมีความสวยงาม ซึ่งเกียร์ออโต้ก็สามารถใช้ในการทำดริฟท์ที่สวยงามได้ แต่จะไม่สามารถใช้ในเทคนิคบางอย่าง ที่เป็นการลือกเข้าทำแบบจังหวะแบบเกียร์ธรรมดาได้ ในเรื่องของยางรถ สำหรับผู้ที่อยู่ในเบื้องต้น ให้ใช้ยางเปอร์เซ็นต์เท่าไหร่ก็ได้ในการฝึก ให้มีทักษะพอลงแข่งได้ก่อน ถึงค่อยขยับไปใช้ยางสำหรับแข่งจริง แค่นี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการที่มีรถธรรมดาที่ควรค่าแก่การฝึกดริฟท์เบื้องต้นแล้ว

ข้อควรระวังหลังจากที่ได้แปลงโฉมรถอย่างเต็มสูตรในการดริฟท์แล้ว ก็คือการนำรถออกไปใช้บนถนนปกติ เพราะหลังจากที่มีการปรับแต่งเพื่อใช้แข่งขันแล้ว ช่วงล่างและท้ายจะถูกเซตให้มีการปัดเป็นวงได้ง่าย เมื่อเวลาเข้าโค้งหรือยูเทิร์นรถด้วยความเร็ว อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุตามมา แต่ถ้ายังอยู่ในช่วงปรับแต่งเบื้องต้นในการวางเครื่อง และรถที่มีกำลังขับเคลื่อนหลังปกติเท่านั้น ก็สามารถขับได้อย่างปกติ แต่ก็ต้องระมัดระวังการในการขับรถยนต์ไว้ทุกเมื่อ เพื่อจะได้มีเวลาสำหรับตลุยความมันของกีฬามอเตอร์สปอร์ตยาวนานมากขึ้น

 

การเข้า พิทสต็อป (Pit Stop) สูตรสำคัญของชัยชนะ

การแข่งขันรถฟอร์มูล่าวัน เป็นการแข่งขันรถที่มีความเร็วเป็นอันดับหนึ่งของโลก ตัดสินโดยการเก็บสถิติคะแนนในแต่ละสนามให้ได้มากที่สุด และนักแข่งคนใดที่สามารถพิชิตรอบที่กำหนด และเข้าเส้นขัยได้ก่อนจะเป็นผู้ที่ได้รับชัยชนะและได้ขึ้นไปฉลองชัยบนโพเดียมของสนามนั้น ๆ ดังนั้นเวลาทุกวินาทีบนสนามจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการแข่งขัน มีค่ามากกว่าทุกสิ่งในเวลานั้น หลายคนต่างคิดว่าถ้าทุกวินาทีมีค่าขนาดนั้น ทำไมถึงไม่วิ่งแบบรอบเดียวจบโดยไม่ต้องเข้าพิทสต็อปแล้วเข้าเส้นชัยไปรับรางวัลเลย เรื่องนี้มีความลับที่ซ่อนอยู่นั่นเอง

สำหรับในการแข่งขันรถฟอร์มูล่าวัน มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะวิ่งรอบเดียวโดยที่ไม่เข้า พิทสต็อป เพราะในการแข่งขันแต่ละรอบ เหตุผลแรกคือการใช้น้ำมัน ซึ่งในการแข่งขันรถฟอร์มูล่าวัน รถที่ใช้ความเร็วมากกว่า 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะกินน้ำมัน 3 ลิตรต่อกิโลเมตร ซึ่งรวมระยะทางทั้งหมดที่ต้องวิ่งต่อรอบแล้ว รถฟอร์มูล่าวันไม่สามารถวิ่งครั้งเดียวจบได้ถ้าไม่เข้าจุดพิทสต็อป ดังนั้นจึงมีการคิดวิธการเติมน้ำมันเป็นสูตรหลายรูปแบบ แตกต่างกันของแต่ละทีม เพื่อใช้ในการเข้าพิทสต็อปในแต่ละครั้ง และใช้เวลาให้น้อยที่สุด สามารถที่จะทำเวลาได้ดีขึ้นในรอบต่อไป จนถึงรอบสุดท้าย อีกทั้งยังมีการเปลี่ยนยางวิ่งในแต่ละรอบการแข่งขัน สำหรับยางเส้นที่เสียหรือเปลี่ยน เพื่อจะทำให้การวิ่งในแต่ละรอบไม่เหมือนกันตามสภาพท้องถนน และจังหวะที่ต้องการจะใช้ว่ารอบนี้จะใช้เพื่อความเร็ว หรือรอบนี้จะใช้เพื่อที่จะรักษาเวลา การแข่งขันของทีม ภาคสนามของแต่ละทีมที่จุดพิทสต็อป จะถูกฝึกซ้อมให้มีการทำงานที่รวดเร็วและแม่ยำ ในการทำหน้าที่แต่ละส่วนของจุดต่าง ๆ โดยมีบันทึกไว้ว่า ทีมที่ทำเวลาได้เร็วที่สุด ใช้เวลาในการเปลี่ยนยางทั้ง 4 เส้น เพียงแค่ 1.92 วินาที

การที่มีน้ำมันในรถแข่งน้อย ก็เป็นปัจจัยหนึ่งในการทำเวลาให้เร็วขึ้นได้ในแต่ละรอบ เพราะน้ำหนักของรถแข่งยิ่งเบา ก็ยิ่งจะทำให้รถมีความเร็วเพิ่มมากขึ้น ซึ่งถ้ารถไม่เติมน้ำมันให้เต็มถังในรอบแรก ก็อาจจะมีผลทำให้รถเบาขึ้นและสามารถทำเวลาได้ดีกว่ารถคันอื่นที่เติมน้ำมันมาเต็มถัง  ถึงแม้ว่าจะต้องเข้าพิทสต็อปบ่อย แต่สามารถทำเวลาบนสนามได้ดีกว่าคู่แข่ง จึงเป็นทฤษฎีที่หลายทีมนำไปใช้เป็นจังหวะขึ้นนำ หรือช่วงเวลาพลิคล็อคของรอบจนนำมาสู่ชัยชนะ นอกจากนี้การเข้าพิทสต็อป ยังเป็นการช่วยซ่อมแซมส่วนที่เกิดอุบัติเหตุกับตัวรถระหว่างการแข่งขัน จากอุบัติเหตุ การกระแทกต่าง ๆ หรือภัยธรรมชาติจากเศษหิน กิ่งไม้ ที่เกิดขึ้นแบบไม่คาดคิด ให้สามารถกลับมาทำการแข่งขันต่อไปให้จนจบได้

ถ้าถามว่าเวลามีค่าแค่ไหน ลองมาดูเจ้าหน้าที่ในพิทสต็อปนี้ทำงานดู แค่เสี้ยววินาที ก็มีค่ามากมายสำหรับพวกเขาแล้ว

 

ความสำคัญในการชั่งน้ำหนักของนักแข่งรถหลังเสร็จสิ้นภารกิจบนสนาม

โพเดียมไม่ใช่ที่แรก ที่จะต้องยืนเมื่อได้รับชัยชนะ แต่เป็นตราชั่งน้ำหนักเท่านั้นที่นักแข่งรถต้องไปยืน เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจจากการประลองความเร็วบนสนามเรียบร้อยแล้ว นักแข่งรถทุกคนจะต้องไปชั่งน้ำหนักในสถานที่ที่ ทางสนามจัดเตรียมไว้ให้ เนื่องจากการแข่งขันรถจะมีกติกามาตราฐานระดับสากลจาก FIA  ที่ว่าด้วยเรื่องของน้ำหนักของรถและนักแข่งรถ ซึ่งจะมีกฎของน้ำหนักที่เปลี่ยนไปในแต่ละปี ในแต่ละรายการของการจัดแข่ง เนื่องจากยานยนต์ที่มีการพัฒนาไม่เหมือนกันทางด้านนวัตกรรม รวมถึงพัฒนาความปลอดภัยของนักแข่งรถด้วย

ยกตัวอย่ากฎการชั่งน้ำหนักของการแข่งขันรถสูตรหนึ่ง หรือ ฟอร์มูล่าวัน ที่ถึงแม้จะเป็นรถที่มีสูตรหนึ่ง แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงน้ำหนักในแต่ละปีไม่ซ้ำกัน โดยได้ตั้งกฎการชั่งน้ำหนักครั้งแรกในระหว่างปี 1961- 1965 น้ำหนักและคนขับรถต้องรวมกันไม่ต่ำกว่า 450 กิโลกรัม ต่อมาในปี 1966-1969 ได้มีการเปลี่ยนแปลงน้ำหนักอีกครั้ง โดยเพิ่มจากเดิมมาเป็นน้ำหนักที่ไม่ต่ำ 500 กิโลกรัม เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งที่ 2 ส่วนครั้งที่ 3 เปลี่ยนแปลงในปี 1970 กำหนดให้เพิ่มขึ้นมาอีกไม่ต่ำกว่า 530 กิโลกรัม ครั้งที่ 4 ปี 1972 เพิ่มเป็น 550 กิโลกรัม เปลี่ยนกันเกือบปีต่อปีเลยทีเดียว ครั้งที่ 5 ในปีเดียวเท่านั้น FIA ให้เพิ่มเป็นน้ำหนักห้ามต่ำกว่า 575 กิโลกรัม ยาวจนมาถึง ปี 1982 ที่เพิ่มน้ำหนักห้ามต่ำกว่ามากถึง 580 กิโลกรัม ก่อนที่จะลดลงในปีถัดมา ปี 1983 เป็น 540 กิโลกรัม และเป็นครั้งที่ 6 ในการเปลี่ยนแปลงการชั่งน้ำหนัก นับตั้งแต่จัดการแข่งขันเอฟวันขึ้นมา ผ่านมาอีก 4 ปี ในปี 1987 จึงเปลี่ยนแปลงการชั่งน้ำหนักอีกครั้งเป็นห้ามต่ำกว่า 500 กิโลกรัม ลดลงมาจากเดิมถึง 40 กิโลกรัม ก่อนที่จะปรับเปลี่ยนอีกหลายครั้ง จากปี 1987 – 2003 น้ำหนักตัวเลขจะอยู่ที่ระหว่าง 500-590 กิโลกรัม และกระโดดไปสูงถึง 600 กิโลกรัม ในปี 2004-2013 ก่อนที่จะปรับเปลี่ยนสูงสุดในประวัติศาสตร์ในปี 2015 จนถึงปัจจุบัน ห้ามต่ำกว่า 702 กิโลกรัม เพราะว่ามีแบตเตอรี่และอุปกรณ์ส่งกำลังความเร็วที่ถูกวิวัฒนาการเข้ามาเสริมมากขึ้น

การชั่งน้ำหนักจึงเป็นที่กติกาสำคัญมากในการแข่งขัน เพราะถ้าต่ำกว่าจะเป็นการที่ทำให้รถเบากว่ารถแข่งคันอื่นอื่น และมีสิทธิ์ได้รับชัยชนะเหนือกว่านักแข่งรถที่ร่วมเข้าแข่งขัน รวมถึงยังอันตรายกว่านักแข่งรถคนอื่นอีกด้วย และหากมีน้ำหนักรวมกันไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด จะถือว่าเป็นการผิดกติกาและปรับแพ้ในทันที จากที่เห็นน้ำหนักได้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตามยุคสมัย แต่สาเหตุหลักที่มีการเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบันคือ ได้มีการทดสอบน้ำหนักของรถ ในระยะทาง ความเร็วที่ปลอดภัย ในสนามการแข่งขัน ในความเร็วของแต่ละจุด เพื่อไม่ให้โศกนาฏกรรม แบบที่เคยเกิดขึ้นครั้งในอดีตกลับมาอีก

 

นักแข่งรถ  กีฬาที่เสียสละชีวิตเพื่อมวลมนุษยชาติ

กีฬาเป็นสิ่งที่คิดค้นมาเพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลิน และสามารถรักษาร่างกายให้มีความแข็งแรงอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งยังทำให้ได้รู้จักมิตรภาพ ความสามัคคี รู้จักช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ให้อภัยซึ่งกันและกัน ดังคำกล่าวที่ว่า “รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย” ทุกกีฬาไม่ว่าจะเป็น ฟุตบอล บาสเก็ตบอล หรือวอลเลย์บอล เป็นกีฬาที่เกิดขึ้นล้วนแต่ใช้แนวคิดนี้ เป็นเขมทิศชี้นำสังคม ให้ไปสู่เส้นทางที่ถูกต้องและควรจะเป็น เว้นแต่ กีฬาแข่งรถ ที่เข็มทิศอาจชี้ไปในทิศทางเดียวกัน แต่บทสุดท้ายของปลายทางบนถนนเส้นนี้ ไม่ได้บรรจบกันกับกีฬาชนิดอื่น ความสนุก ตื่นเต้น เร้าใจ มาพร้อมกับคำว่าเสี่ยงตายในการแข่งขันรถยนต์ เพราะผู้ที่ทำเวลาได้ดีที่สุด คือผู้ได้รับชัยชนะ และการที่จะได้เวลาที่ดีที่สุด หมายความว่านักแข่งรถต้องใช้ความเร็วไปถึงเส้นชัยให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และในความเร็วนั้นมีสิ่งที่ไม่คาดคิดที่สามารถจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ อันนำมาซึ่งการถึงแก่ชีวิตของนักแข่งแต่ละคน ซึ่งได้มีการเสียชีวิตนักแข่งไปแล้วถึงนับไม่ถ้วนในการแข่งขันรถยนต์ ทั้งในสนามระดับโลกและในสนามประเทศไทย ดังนั้นกีฬาแข่งรถจึงเป็นกีฬาชนิดเดียว ที่มีการเสียชีวิตมากที่สุดในบรรดากีฬาทุกชนิด

หลังจากมีการประดิษฐ์รถยนต์เบนซิลประสบความสำเร็จครั้งแรกได้ไม่นาน จอร์จ บอตัน ได้นำรถลงประกวดความเร็ว ในการการแข่งขันที่ปารีส และได้รับชัยชนะจากการแข่งในระยะทาง 2 กิโลเมตร ทำให้นักวิศวกรยานยนต์รู้ว่า รถหนึ่งคันสามารถไปได้เร็วกว่าอีกหลายคัน จึงนำมาพัฒนาอย่างต่อเนื่องในการเดินทางคมนาคม ขนส่งการค้าต่าง ๆ บนโลกให้สามารถเคลื่อนที่ไปได้เร็วขึ้น และในทุกการแข่งขันสิ้นสุดลง วงการรถยนต์ก็ขยับความก้าวหน้าของยานยนต์ไปสู่ในระดับที่ดีขึ้น จนพัฒนามาถึงจุดที่ทีมส่งนักแข่งลงแข่งขัน ก็มีเพียงผู้ผลิตรถยนต์ของแต่ละบริษัทในโลกเท่านั้น ที่ทำการแข่งขัน ทุกครั้งที่จัดการแข่งขันจะมีจะมีนักแข่งรถที่ได้รับชัยชนะ และนักแข่งรถที่ได้รับความพ่ายแพ้ รวมไปถึงนักแข่งรถที่เสียชีวิต ซึ่งทำให้มาตรการของแต่ละบริษัท นำไปพัฒนาระบบความปลอดภัย ระบบเครื่องยนต์ วัสดุในการสร้างรถให้ดีขึ้น ต่อการใช้ในชีวิตประจำวันของมนุษย์ นักแข่งรถจึงเป็นส่วนสำคัญสำหรับพัฒนาการคมนาคม ของมวลมนุษยชาติที่โลกขาดไม่ได้

แอร์แบค เข็มขัดนิรภัย  เบรก ความนิ่มนวลต่าง ๆ ของรถ ล้วนเป็นผลพวงมาจากการที่ได้มีการแข่งขันรถเกิดขึ้น โดยมีนักแข่งรถเป็นผู้ทดลองทำให้เราเห็นว่า รถบริษัทไหนคือรถที่ดีที่สุด รถบริษัทไหนที่พอใช้ได้ ไปจนถึงรถที่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง นักแข่งรถจึงเป็นบทบาทสำคัญของโลก เป็นผู้เสียสละของมวลมนุษยชาติที่ขาดไม่ได้

 

กีฬามอเตอร์สปอร์ต ความหมายที่แท้จริงและเรื่องราวที่หลายคนยังไม่เคยรู้

เวลาที่ได้ยินคำว่า กีฬามอเตอร์สปอร์ต ภาพแรกที่ตามมาก็คือ รถยนต์ความเร็วสูงแบบฟอร์มูล่าวัน ที่กำลังแข่งในสนามกัน ขับเคี่ยวด้วยความเร็วเพื่อไปให้ถึงเส้นชัยด้วยเวลาที่ดีที่สุดเป็นคันแรก

ความจริง มอเตอร์สปอร์ต ไม่ได้หมายถึง รถยนต์หรือการแข่งขันที่มีเพียงรถยนต์เท่านั้น แต่ยังคงมีการแข่งขันยานพาหนะชนิดอื่นรวมอยู่ด้วย มอเตอร์สปอร์ต คือ กีฬาที่รวมทุกชนิดของยานพาหนะหรืออุปกรณ์กีฬาที่มีเครื่องยนต์เป็นตัวหลักในการขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ รถบรรทุก เครื่องบิน รถจักรยานยนต์ หรือเรือ ที่เป็นยานพาหนะ และไม่ได้หมายความว่า จะใช้เพียงความเร็วเท่านั้นในการเรียก กีฬาชนิดนี้ ยังรวมไปถึงการแข่งที่ไม่ได้ใช้ความเร็วเป็นตัวตัดสินอย่าง จิมคาน่า หรือ ดริฟท์ อีกด้วย

ในประเทศไทยนั้น กีฬามอเตอร์สปอร์ตได้รับความสนใจและเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางมานานถึง 82 ปี โดยเริ่มต้นในสมัย รัชกาลที่ 7 พระบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภานุเดช ทรงเป็นนักแข่งรถชาวไทยที่ไปสร้างชื่อเสียงไว้ในเวทียุโรปมามากมาย โดยเริ่มจากเวทีแรกที่ประเทศฝรั่งเศส ในรายการ Coupe de Prince Rainier เซอร์กิตเดอโมนาโก ซึ่งปัจจุบันก็คือ โมนาโกกรังด์ปรีซ์ โดยใช้รถในการแข่งขันชื่อว่า รอมิวลุส ทรงชนะเลิศในการแข่งขันได้รับถ้วยรางวัลจากเจ้าชายเรนีย์แห่งโมนาโก และท่านได้ทรงชนะการแข่งรถกรังด์ปรีซ์ในเวทียุโรปอีกนับไม่ถ้วน จนได้รับรางวัล “ดาราทอง” จากพระเจ้าจอร์จที่ 5 แห่งอังกฤษเป็นเวลา 3 ปีติดต่อกัน และท่านยังได้ถูกบันทึกชื่อไว้ในหอเกียรติยศของสมาคมนักแข่งรถอังกฤษ โดยมีสมญานามว่า เจ้าพีระ ดาราทอง หลังจากนั้นท่านได้นำรถ รอมิวลุศ กลับมาขับแสดงโชว์ในประเทศไทย และจัดการแข่งขันขึ้น โดยใช้ถนนราชดำเนินเป็นเวทีการแข่งขัน และทรงมีแผนการที่จะจัดการแข่งขันกรุงเทพกรังด์ปรีซ์โดยใช้พื้นที่ถนนรอบสนามหลวง และบรมหาราชวังเป็นสนามการแข่งขัน แต่ต้องมีอันยกเลิกไปเนื่องจากเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ต่อมาเมื่อสงครามสิ้นสุดลง ท่านได้ทรงเป็นนักแข่งรถชาวไทยรายแรกและรายเดียว ที่ได้มีโอกาสเป็นนักแข่งรถร่วมลงแข่งขันในรายการฟอร์มูล่าวัน รายการแข่งรถอันดับหนึ่งของโลก ในปี 1950 – 1954  โดยที่ในปี 1954 รายการเฟรนซ์กรังด์ปรีซ์ ท่านทรงขับรถ มาเซรัตติ 250เอฟ และกำลังทำเวลาได้ดีที่สุดจนเกือบได้มีโอกาสขึ้นโพเดียมเป็นอันดับที่ 3 แต่เกิดน้ำมันหมดก่อนที่จะเข้าเส้นชัยเพียงไม่กี่อึดใจ ท่านจึงได้อันดับที่ 4 ซึ่งเป็นอันดับสูงสุดของประวัติศาสตร์นักแข่งชาวไทย ก่อนที่ท่านจะทรงเลิกแข่งในปีเดียวกัน

จากวันนั้นจวบจนวันนี้กาลเวลาผ่านไป ความนิยมในกีฬามอเตอร์สปอร์ตได้เป็นที่ชื่นชอบละชื่นชมสำหรับทุกเพศทุกวัย และทวีความหลงไหลคลั่งไคล้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีการแข่งขันเพิ่มขึ้นมากมายภายในประเทศไทย ในทุกแบบประเภทของกีฬามอเตอร์สปอร์ต มีสนามที่ได้มาตรฐานรองรับการแข่งขันจาก FIA ถึง 4 สนาม โดยที่มีสนามผ่านมาตราฐานการแข่งขันรถสูตรหนึ่ง หรือ ฟอร์มูล่าวัน 1 สนาม อยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์

 

คำศัพท์การแข่งรถฟอร์มูล่าวัน ที่สาวกแห่งความเร็วต้องรู้

สำหรับที่คนที่คลุกคลีในวงการรถสูตร 1 นี้มานาน อาจจะรู้ความหมายของคำศัพท์ต่าง ๆ ในการแข่งบ้างแล้ว แต่สำหรับสายความเร็วหน้าใหม่ การรับรู้คำศัพท์การแข่งรถฟอร์มูล่าวัน จะทำให้การรับชมเข้าใจความหมายและมีความสนุกมากยิ่งขึ้น

1.Formula One:

ฟอร์มูล่าวัน มีชื่อเรียกถึง 4 ชื่อ คือ ฟอร์มูล่าวัน รถสูตรหนึ่ง เอฟวัน และชื่อเต็ม ฟีฟ่า ฟอร์มูล่าวัน เวิลด์แชมป์เปี้ยน เป็นการแข่งรถยนต์ระดับสูงที่สุดในโลกด้วยความเร็ว 360 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

2.FIA:

ย่อมาจาก Fédération Internationale de l’Automobile ในภาษาฝรั่งเศส และ International Automobile Federation ที่เป็นภาษาของอังกฤษ ซึ่งแปลเป็นไทยว่า สหพันธ์รถยนต์ระหว่างประเทศ

3.Grands Prix:

กรังด์ปรีซ์ กรองพรี หรือ แกรนด์พรีซ์ ออกเสียงได้สามแบบ เป็นคำศัพท์ที่ออกเสียงทางภาษาฝรั่งเศส ซึ่งแปลว่า รางวัลใหญ่ มักใช้กับรายการที่เป็นที่สุดในโลก อย่างการแข่งรถฟอร์มูล่าวัน

4.Circuit:

เซอร์กิต คือ สนามแข่งรถแบบที่มีสนามเป็นทางเรียบ โดยมีทั้งทางตรงและทางอ้อม

5.Track :

แทรค คือ เส้นทางวิ่งในสนาม โดยจะมีทางเข้าแทรค และทางออกแทรค

6.Cockpit:

ค็อกพิท มีชื่อเรียกอีก 2 อย่างคือ พิทสตอป (Pitstop) หรือ พิท (Pit) คือ สถานที่ที่แต่ละทีมใช้ สำหรับซ่อมแซมปรับปรุงรถทั้งก่อนแข่ง ระหว่างแข่ง และหลังจากแข่ง

7.Pit Lane:

พิทเลน คือ เส้นทางวิ่งสำหรับเข้าออกระหว่างสนามกับจุดซ่อมแซม ซึ่งเป็นทางตรงและจำกัดความเร็วการเข้าออก ตามแต่ละที่สนามกำหนด

8.Pitwork:

พิทเวิร์ค คือ การทำงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายสนามของแต่ละทีม ในการเปลี่ยนอุปกรณ์ ยางรถยนต์ ซ่อม ปรับปรุงรถต่าง ๆ ที่เสียหายในระหว่างการแข่งขัน

9.Lap:

แลป คือ รอบหรือครั้งในการแข่งขัน

10.DRS:

ดีอาร์เอส ย่อมาจาก  Drag Reduction System  คือการให้อากาศทำปฏิกิริยากับรถ ให้สามารถวิ่งได้เร็วขึ้น ใช้ได้ในเฉพาะบางช่วงของสนามเท่านั้น

11.Free Practice:

คือ การฝึกซ้อม โดยมีการแบ่งออกเป็น 2 รอบ คือ รอบเช้าและรอบบ่าย รอบละ 90 นาที ส่วนมากจะจัดในวันศุกร์ ยกเว้น รายการโมนาโก กรังด์ปรีซ์ ที่จะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดี เนื่องจากปัญหาการจราจรของเมือง

12.Qualifying:

หรือ เรียกว่ารอบควอลิฟาย คือการแข่งขันจับเวลาการจัดอันดับสตาร์ท ก่อนเข้าสตาร์ทในวันแข่งขันจริง จะถูกกำหนดเป็นวันเสาร์ในทุกสนามการแข่งขัน

13.Pole Position:

เป็นจุดที่นักแข่งรถต้องการโดยส่วนใหญ่เพราะเป็นจุดเริ่มต้น หรือจุดสตาร์ทแรกของการแข่งขันในวันแข่งขันจริง

14.Race Day:

วันแข่งขันจริงที่มีการแข่งขันรถฟอร์มูล่าวัน ในระยะทางรวมไม่ต่ำกว่า 300 กิโลเมตร และต้องใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง ในการแข่งขัน เว้นแต่ว่าจะถูกคั่นด้วยอุบัติเหตุหรือสภาพอากาศทางธรรมขาติ

15.Podium:

แท่นยืนสำหรับผู้ที่ได้รับชัยชนะ ผู้ที่ทำเวลาและมีคะแนนมากที่สุดจะได้ขึ้นไปรับรางวัลตามลำดับ โดยมีการแบ่งเป็นลำดับ ที่ 3 ที่ 2 และที่ 1 โดยที่ 1 จะอยู่สูงสุด

ทั้งหมดนี้เป็นคำศัพท์ง่าย ๆ ที่จะช่วยให้เราเข้าใจมากขึ้น แต่ไม่ต้องกังวลถึงขนาดท่องจำ เพราะระหว่างชมเราจะค่อย ๆ ซึมซับ และเข้าใจได้เอง ตามที่ผู้บรรยายการแข่งขันพูดนั่นเอง